องทั้งสองอันตรธานหายไป แม้ฝูงชนยังคงตกอยู่ในความวุ่นวาย“โอ้! ที่แท้มู่หรูเหยียนผู้มีพรสวรรค์ใช้เงินดันพลังให้สำเร็จนี่เอง”“ถุย! นี่นับว่าเป็นพรสวรรค์อะไรกัน ? หากลองให้ข้าได้สมุนไพรวิญญาณมากมายเช่นนั้นบ้างสิ ข้าก็ได้เป็นผู้มีพรสรรค์เช่นกันนั่นแหละ”“เหอะ!…”“องค์รัชทายาท ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ?” มู่หรูเหยียนลุกลี้ลุกลน วิ่งไปดูซวนหยวนหลี่ซาง“ดู! นั่นแม่นางมู่หรูเหยียน”“นางก็มาดูการประลองด้วยรึ ? หึ ๆ ๆ ไม่น่าเชื่อว่าตำแหน่งสตรีอัจริยะอันดับสองของนางจะได้มาเช่นนี้”“หน้าตาสวยเหมือนนางฟ้านางสวรรค์แท้ ๆ เหตุใดข้ารู้สึกว่านางช่างหน้าไม่อายนัก”บรรดาผู้คนต่างไม่พอใจระคนริษยา พวกเขากล่าวถึงมู่หรูเหยียนในทางลบเกรงว่าฉายาผู้มีพรสวรรค์จนเป็นถึงสตรีอัจริยะอันดับสองของแคว้นจื่อเยี่ย คงได้กลายเป็นเรื่องขบขันไปในชั่วข้ามคืนวันนี้“ฮือ ๆ ๆ!”มู่หรูเหยียนได้ยินคำกล่าวว่าร้ายเหล่านั้น สะอึกสะอื้นร่ำไห้อย่างน่าเวทนา นางมองบรรดาผู้คนรอบด้านด้วยใบหน้าอับจนหนทาง ไร้ซึ่งผู้ช่วยเหลือ ไร้ซึ่งผู้สนใจใยดีมู่หรูเหยียนจะเป็นอย่างไรต่อไป เยวี่ยเจ๋อและมู่เฉียนซีมิสนใจ พวกเขากลับจวนไปรักษาตัวก่อนแล้วเยวี่ยเจ๋อ เขาเพิ่งจะออกมากับมู่เฉียนซีไม่ทันไร ทันใดนั้นรังสีอำมหิตไม่ทราบแหล่งที่มาคืบคลานเข้ามาอย่างรู้สึกได้รอบกายมู่เฉียนซีถูกพาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งทื่อและเย็นยะเยือก มีเสียงหนึ่งกล่าวขึ้น ทำเอาเยวี่ยเจ๋อ