เสียวสันหลังวาบ“บาดเจ็บรึ…?”เสียงโหดเหี้ยมอำมหิตแฝงความกระหายเลือดแผ่กลิ่นอายแห่งความต้องการสังหารกล่าวขึ้น.
“พรวด!”
เข็มที่แยกกระจายออกมานั้นพุ่งเข้าไปในผิวหนังของเขา ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างซวนหยวนหลี่ซางเหมือนโดนควบคุม เป็นอัมพาตและล้มลงบนพื้น
มู่เฉียนซีเดินมาด้านหน้าซวนหยวนหลี่ซางก่อนจะกล่าวขึ้น “องค์รัชทายาท เสียใจด้วยอีกรอบ ท่านแพ้แล้ว”
ดวงตาของซวนหยวนหลี่ซางฉายแววปวดร้าว จิตใจแตกสลายใบหน้าเศร้าหมอง “มู่เฉียนซีเจ้าวางยาข้า เจ้าแหกกฎ!”
มู่เฉียนซียิ้มเยือกเย็น “องค์รัชทายาท เช่นนั้นที่ท่านใช้ยาต้องห้าม มันไม่ผิดกฎรึ ? หากให้ทางสนามประลองจินอู๋ถางตรวจสอบ ท่านว่าเป็นท่านหรือข้าที่จะโดนจับได้ก่อนกันล่ะ”
มู่เฉียนซีนางไม่สนใจ ตัวนางเองมีวิธีที่จะทำให้นักปรุงยาของแคว้นจื่อเยี่ยไม่สามารถตรวจจับยาพิษของนางได้
“เจ้า… เจ้า…”
“พรวด!”
ซวนหยวนหลี่ซางถูกเพลิงพิโรธโจมตีหัวใจ กระอักเลือดสดออกมาอีกระลอก สุดท้ายสลบเหมือดคาสนามประลอง
มู่เฉียนซีเบ้ปาก กล่าวขึ้น “พวกเจ้าซวนหยวนราชนิกุล ร่างกายช่างไร้เรี่ยวแรงนัก แต่ละคนกระอักเลือดแล้วก็สลบไป ฮิ ๆ อ่อนหัดนัก อ่อนหัดแท้ ๆ”
เงาสีฟ้าลอยเข้ามา ทันใดนั้นก็ได้เอาชุดคลุมของเขามาคลุมไว้ที่แขนของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีเดิมทีเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แขนเสื้อฉีกขาดเปิดออกเช่นนี้ไร้ปัญหา นางรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วการที่ได้เปิดแขนหรือต้นขาไม่ได้เป็นเร