“ท่านผู้นำตระกูลกำลังนอนพักผ่อนอยู่พ่ะย่ะค่ะ ข้าให้คนไปแจ้งนางแล้ว พระองค์อย่ากริ้วไปเลยพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านตอบด้วยความเคารพ
“ท่านปู่!” มู่หรูเหยียนเห็นท่านปู่ของตน ก็ร้องเรียกด้วยรอยยิ้มสดใสทันที
ท่านผู้เฒ่าเอามือปาดน้ำตา กล่าวว่า “หรูเหยียน ที่หลานต้องเป็นแบบนี้เพราะปู่เอง ปู่ไร้ประโยชน์เอง”
“ท่านปู่… ข้า…”
ทันใดนั้นเสียงอันเกียจคร้านดังขึ้น “ส่งเสียงดังรบกวนข้าแต่เช้าเช่นนี้ มีเรื่องอะไรกันรึ ?”
จากนั้น เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเสียงแมลงหวี่แมลงวัน “ซีเอ๋อร์ ข้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไร้ความอดทน นางไม่ใคร่จะสนใจสตรีน่ารำคาญ
“มู่หรูเหยียน เจ้าคิดว่าคำพูดข้าเป็นเพียงลมที่พัดผ่านเช่นนั้นหรือ ? ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่ามาให้ข้าเห็นหน้า แล้วเจ้ายังจะกล้าเสนอหน้ามาเหยียบจวนตระกูลมู่ของข้าอีกรึ ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซีที่ไร้เหตุผล ซวนหยวนหลี่ซางมิอาจรักษาภาพลักษณ์ของเจ้าชายสง่างามไว้ได้อีก เขากล่าวด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ “มู่เฉียนซี! เจ้าหยุดรังแกหรูเหยียนได้แล้ว ข้าเป็นคนพาหรูเหยียนมาที่นี่เอง”
มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นมองซวนหยวนหลี่ซาง “เหอะ! ต่อให้ท่านเป็นองค์รัชทายาท จวนตระกูลมู่นี้ก็เป็นของข้า ข้ามู่เฉียนซีผู้นำตระกูลพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น ผู้ที่ข้าไม่ต้อนรับ ห้ามก้าวเท้าเข้ามาเหยียบตระกูลมู่เด็ดขาด!”
มู่เฉียนซีฉีกหน้าซวนหยวนหลี่ซางผู้เป็นถึงองค์รัชทายาทอย่างไม่ใย