างกัดฟันเบา ๆ น้ำตานองหน้า แม้ตัวนางในเวลานี้จะได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ทว่าปากก็ยังไม่ลืมที่จะขอร้องไม่ให้ลงโทษพวกข้ารับใช้
“ซีเอ๋อร์ อย่าเลย พวกเขา…”
กล่าวยังไม่ทันจบ ท่าทางที่นางร้องไห้เหมือนดอกแพร์เปียกน้ำฝนนั้นช่างน่าสงสารจับจิต
แต่เยวี่ยเจ๋อ เขาทำตัวเหมือนไม้ท่อนหนึ่ง ไม่ได้มีปฏิกริยาใด ๆ แม้แต่น้อย
ถึงแม้หญิงสาวผู้นี้จะหน้าตาเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ แต่ว่าสำหรับเยวี่ยเจ๋อ เขาจะมองอย่างไรก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ ถึงอย่างไรพี่ใหญ่ก็ดีที่สุดในสายตาเขา
“ลากตัวออกไป” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเยียบเย็น
“ซีเอ๋อร์ เจ้าปล่อยพวกเขาไปเถอะ ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดข้าเอง ถ้าหากไม่เป็นเพราะข้า พวกเขาก็ไม่ต้องถูกลงโทษ หากซีเอ๋อร์เห็นข้าแล้วไม่สบายใจ ข้าจากไปก็ได้ แต่เจ้าอย่าทำร้ายพวกเขาเลยนะ”
มู่หรูเหยียนร้องไห้สะอึกสะอื้น สายตานางจ้องอยู่บนตัวของมู่เฉียนซี แม้ว่าน้ำตาจะนองเต็มหน้า แต่นางก็ยังคงไม่ยอมก้มหน้า แสดงให้เห็นถึงความดึงดันดื้อรั้น
พวกที่เคารพนับถือนางได้เห็นภาพเช่นนี้ใจแทบสลาย
“คุณหนูใหญ่ อย่าได้ไปขอร้องนางเลยเจ้าค่ะ ต่อให้ถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ก็หนึ่งร้อยไม้ พกเราทนไหวเจ้าค่ะ”
“ไม่… ทุกอย่างล้วนแต่เป็นความผิดของข้า ซีเอ๋อร์… ขอแค่เจ้าปล่อยพวกเขาไป เจ้าจะให้ข้าทำอะไรก็ย่อมได้” มู่หรูเหยียนมองมู่เฉียนซีอย่างคาดหวัง
มู่เฉียนซียิ้มเย็นเยือก
“ได้ นับแต่วันนี้ไป เจ้า มู่หรูเหยียนถูกลบชื่อออก