ั้นแจ่มแจ้งเสียจนคนที่เดินผ่านไปมาได้ยินอย่างชัดเจน
“เสี่ยวเถา เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซีเอ๋อร์ เป็นข้าเองที่ทำให้นางไม่สบายใจ เดี๋ยวผ่านไปสักสองสามวัน เมื่อนางเบาโกรธลงแล้วก็จะมารับข้ากลับไปเอง”
เสียงของนางที่ส่งออกมานั้นอ่อนแรงนัก เห็นได้ชัดว่าแม้ผลกระทบของวันนี้มีไม่น้อย นางกลับยังคง ‘เชื่อ’ ในน้องสาวของนาง
ผู้คนแถวนั้นถอนหายใจ พลางกล่าวกันยกใหญ่ประมาณว่า… มู่หรูเหยียนนางโดนรังแกจนเป็นเช่นนี้ ยังจะไปแก้ต่างให้กับคนที่รังแกตนอีก คุณหนูหรูเหยียนนั้นช่างจิตใจดีเสียจริง ๆ
“เหยียนเอ๋อร์”
เสียงเรียกดังขึ้น เงาร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาจากบรรดาผู้คนที่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา กลิ่นอายอ่อนโยนสง่างามแผ่ออกมา ดูดีมีบารมี ความสง่างามสูงส่งแบบราชวงศ์ก็ไม่ขาด ทำให้ดวงตาของบรรดาหญิงสาวรอบข้างลุกโชนขึ้นตามกัน
มีแต่เพียงแววตาของมู่หรูเหยียนเท่านั้นที่ยังคงชัดใสเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามันซุกซ่อนความคับข้องใจที่ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนไว้
เสียงของนางกล่าวขึ้นแผ่วเบา “องค์รัชทายาท ท่านมาได้อย่างไร ?”
“ได้ยินมาว่าผู้นำตระกูลมู่ไล่เจ้าออกมา ข้าจึงมาดูสักหน่อยว่าเจ้าต้องการให้ช่วยอะไรหรือไม่ ?” ซวนหยวนหลี่ซางยิ้ม รอยยิ้มของเขาดูโดดเด่นเจิดจ้า
“ไม่ต้องหรอก หรูเหยียนสามารถดูแลตัวเองได้ ข้าไม่รบกวนองค์รัชทายาทดีกว่า”
มู่หรูเหยียนเดินโซซัดโซเซเข้าไปในโรงแรม ปรากฏว่าเจ้าของโรงแรมกล่าวขึ้น “ขอ