อภัย แต่ว่าคุณชายเจ๋อสั่งข้าไว้ว่าหากแม่นางหรูเหยียนเข้ามาพัก จะไม่ให้เข้าอยู่”
“ชิ!” ฝูงชนเริ่มส่งเสียง
“มู่เฉียนซีจะมากเกินไปแล้ว! ไม่ใช่ว่าจะให้ผู้หญิงตัวบางร่างน้อยไปนอนบนถนนหรอกนะ”
“นึกไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีมีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์สูงมาก แต่กลับเป็นคนเลวทรามต่ำช้า แล้งน้ำใจแม้กับพี่น้อง”
เวลานี้ร่างมู่หรูเหยียนสั่นเทาเล็กน้อย เดินถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมส่ายหัวอย่างช้า ๆ แล้วถอยหลังออกไปอีก นางไม่สามารถยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้
“หรูเหยียน ข้าห้ามมิให้เจ้าปฏิเสธข้า ในเมืองมู่เฉียนซีบังคับขู่เข็ญเจ้าเช่นนี้ เจ้ากลับไปที่จวนรัชทายาทกับข้าเถอะ”
ไม่ว่ามู่หรูเหยียนจะยืนกรานปฏิเสธเพียงใด องค์รัชทายาทก็ยังยืนกรานที่จะพาตัวนางไป
“พรวด!”
เยวี่ยซู่ดื่มชาอยู่ด้านบน เมื่อเห็นภาพฉากองค์รัชทายาทพาตัวมู่หรูเหยียนไปนั้น พลันสำลักพ่นน้ำชาออกมาคำโต
“พี่ใหญ่ นี่มันช่างเป็นเรื่องน่าสนุกเสียจริง เสียดายที่มู่เฉียนซี พี่ใหญ่ผู้นั้นของท่านไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเอง”
เยวี่ยเจ๋อกล่าวอย่างจนปัญญา “ช่างเถอะ พี่ใหญ่เพิ่งโดนนางทำให้สะอิดสะเอียนมา ไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูอะไรเช่นนี้หรอก”
“แต่จะว่าไปก็แปลก ผู้มีพรสวรรค์อันดับสองของแคว้นจื่อเยี่ย เหตุใดจึงอ่อนแอปวกเปียกเช่นนั้นเล่า ?”
“พี่ใหญ่เคยบอกไว้ว่าคนเราเมื่อมองเรื่องอะไรไม่อาจมองแค่ผิวเผิน” เยวี่ยเจ๋อกล่าวอย่างจริงจัง
เยวี่ยซู่มองดูพี่ชายตน หัวเราเยาะเย้ยออกมา “ฮ