มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าก็ไม่ได้บอกว่ามันคือทางออก ก่อนไปเราต้องหาอะไรสนุก ๆ ทำก่อน เพื่อความสะใจอย่างไรล่ะ ในเมื่อโอวหยางเฉียงกล้าทำลายหอหมอปีศาจของข้า ข้าก็กล้าเผาจวนโอวหยางให้วายวอด”
นางหยิบถังน้ำมันขึ้นมา “รีบลงมือเถอะ ตรงนี้ไม่มีใครเฝ้าอยู่ เรารีบลงมือแล้วเราก็รีบเผ่นเลยเป็นอย่างไร ?”
เยวี่ยเจ๋อพยักหน้า เขาลงมือทันที
หลังจากที่ราดน้ำมันจนทั่วแล้ว มู่เฉียนซีก็จุดชนวนไฟและรีบพาเยวี่ยเจ๋อวิ่งไปที่ประตูจวนตระกูลโอวหยาง
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ ท่านไม่ได้กลับไปแล้วหรอกหรือ ?” พ่อบ้านจวนโอวหยางเดินเข้ามาถามเมื่อมองเห็นทั้งสอง
“ท่านผู้นำตระกูลโอวหยางใจจืดใจดำยิ่งนักไม่ยอมออกมาส่งข้า จวนโอวหยางกว้างใหญ่เช่นนี้ข้ากับน้องข้าหลงทางอยู่นานกว่าจะหาทางออกมาได้” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ แสร้งทำสีหน้าทุกข์ร้อน
นางสะบัดแขนเสื้อก่อนจะกล่าวต่ออีกว่า “ต่อไปจวนโอวหยาง ข้าจะไม่มาเหยียบอีกแล้ว”
มุมปากพ่อบ้านกระตุกอย่างแรง เขาคิดในใจ ‘เหอะ! ต่อให้เจ้าจะมา ท่านผู้นำของข้าก็ไม่ต้อนรับเจ้าหรอก’
หลังจากที่มู่เฉียนซีและเยวี่ยเจ๋อออกไปจากจวนโอวหยางไม่นานนัก จวนโอวหยางก็วุ่นวายขึ้น ผู้คนแตกตื่นลนลาน
“ไฟไหม้จวน! ไฟไหม้จวนแล้ว! ”
“น้ำ! น้ำอยู่ไหนรีบมาช่วยกันดับไฟเร็วเข้า”
เปลวไฟลุกโชนทั่วจวนโอวหยาง เปลวไฟนี้โหมกระหน่ำอย่างมิอาจหาที่เปรียบได้ แม้แต่น้ำก็มิอาจดับไฟนี้ได้
ท้ายที่สุดโอวหยางจูทำได้เพียงเร