องนางพุ่งไปทางโอวหยางสือหลง เตะเขาเต็มแรงกระเด็นออกไป
— ปั้ง! —
โอวหยางสือหลงเบิกตากว้างมองจ้องมู่เฉียนซี กล่าวขึ้น “เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญภูต เหตุใดถึงได้มีพลังชีวิต เจ้า…”
โอวหยางฉีเองก็ตกตะลึง “สือหลง เจ้าว่าอย่างไรนะ? นางยังมีพลังชีวิตด้วยรึ ?!”
ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครในเซี่ยโจวสามารถใช้พลังได้ทั้งสองแบบ สรุปแล้วมู่เฉียนซีเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่ ?
โอวหยางฉีขมวดคิ้วมุ่น กล่าวขึ้น “โอวหยางสือหลง สู้ให้เต็มที่ ฆ่ามู่เฉียนซีให้จงได้!”
“ใช่!”
“กระบี่พายุฟ้าฝน!” โอวหยางสือหลงตะโกนก้อง ความโกรธอัดแน่นในน้ำเสียง ฉับพลันกระบี่วายุที่เย็นเฉียบดั่งฟ้าฝนทะยานไปที่มู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวทำให้ตนหายใจไม่ออก ภัยคุกคามจากความตายกำลังทะยานเข้ามา
— ฉวก! ฉวก! —
ความเร็วของนางท้าทายฟ้าดิน หลบเลี่ยงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาราวกับฝนตกกระหน่ำได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว อีกทั้งท่วงท่ายังงามสง่ายิ่งนัก
“มู่เฉียนซี ดูซิว่าเจ้าจะหลบไปไหน!”
โอวหยางสือหลงสู้อย่างสุดแรง ชักดาบออกอีกหน ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มร้าย ราวกับมั่นใจว่าจะได้เห็นมู่เฉียนซีโดนกระบี่ทำให้บาดเจ็บหนักเจียนตาย
โอวหยางสือหลงตามต่อตีมู่เฉียนซีอย่างไม่ลดละ ระดับของมู่เฉียนซีนั้นต่ำกว่าเขามาก นางเสียเปรียบเป็นอย่างมาก จะเอาอะไรมาสู้เขาได้ ?
เงาลับของตระกูลมู่มองดูอยู่อย่างร้อนใจ “ท่านผู้นำตระกูล!”
มู่อีกล่าวขึ้น “หัวหน้าตระกูล