ไม่ได้ออกคำสั่ง ห้ามลงมือเด็ดขาด”
ฉับพลันทันใดนั้น พลังวิญญาณกับพลังชีวิตระหว่างสวรรค์และโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มันมารวมกันอยู่ในสถานที่ที่เดียว …นั่นก็คือที่ที่มู่เฉียนซียืนอยู่
ใบหน้าของโอวหยางสือหลงแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งงัน เขาหยุดชะงัก ปากก็บ่นพร่ำออกมาอย่างอารมณ์เสีย “ให้ตายเถอะ มู่เฉียนซีได้เลยขั้นนั้นไปแล้ว!”
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก กระบี่ของโอวหยางสือหลงบีบคั้นพลังที่ซ่อนในตัวนางอยู่ออกมา ช่วยให้นางบรรลุระดับแปด
นางตั้งใจฝึกการปรุงยา ที่ปรุงออกมาแล้วล้มเหลวก็มีไม่น้อย
ชัดเจนว่าโลกนี้เคารพผู้ที่แข็งแกร่ง แม้ว่านางจะปรุงยาได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน ก็ต้องมีความสามารถที่แข็งแกร่งคุ้มกันตนเองได้ ฉะนั้นแล้วเมื่อพูดถึงการต่อสู้กับโอวหยางสือหลง นางจึงใช้การต่อสู้ในสนามจริงเป็นการพัฒนาฝีมือตนเอง
ยามนี้บรรลุผู้บำเพ็ญภูตระดับแปด มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นางสะบัดมือ กล่าวขึ้นด้วยเสียงเยือกเย็น “ห่าฝนบุบผา!”
หยดน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนราวกับลูกธนูพุ่งทะยานตรงเข้าหาโอวหยางสือหลง!
โอวหยางฉีมองเห็นทุกเหตุการณ์ ท่านี้ของมู่เฉียนซี เหตุใดจึงดูคล้ายท่าไม้ตายของโอวหยางสือหลงนัก คงไม่ใช่ว่านางเรียนรู้มันมาจากเมื่อครู่นี้หรอกกระมัง!
บนโลกนี้… คงไม่มีท่าที่คล้ายกันเช่นนี้ แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงละก็ ปีศาจมู่เฉียนซีจัดได้ว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
สิ่งที่โอวหยางฉีคาดเดานั้นไม่ผิด เมื