มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ทางด้านตระกูลโอวหยางมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างแล้วล่ะ ?”
องครักษ์เงา “ตระกูลโอวหยางส่งคนไปเอาคืนกับคนพวกนั้นแล้วขอรับ!”
มู่เฉียนซีผุดลุกขึ้นยืน กล่าวขึ้น “ไปกับข้า ไปจัดการคนของตระกูลโอวหยางกับข้า”
บุรุษผู้สามารถกลืนยาลูกกลอนได้ทีเดียวหกสิบเม็ดผู้นั้น นางมีความสนใจเป็นอย่างมาก จะให้คนของตระกูลโอวหยางสังหารเขาทิ้งย่อมยอมไม่ได้
มู่เฉียนซีมาถึงที่หมาย กลิ่นโลหิตฉุนจมูกรุนแรงพัดผ่านใบหน้านาง
— ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ! —
บุรุษชุดเขียวแกมน้ำเงิน สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าราวกับมีเครื่องต่อสู้ประจำกายกำลังอัดไม่ยั้งมือ ทุกผู้คนที่เข้าใกล้เขาล้วนแต่กระอักเลือดระลอกใหญ่
เขาไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธใด เพียงสะบัดมืออย่างนุ่มนวลก็สามารถปลิดชีพคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย เขาใช้วิธีง่าย ๆ ทว่าหยาบช้าปลิดชีพคู่ต่อสู้ไปแล้วนับสิบคน
“ท่านผู้นำตระกูล!” องครักษ์เงารีบเข้ามายืนตรงหน้ามู่เฉียนซีเพื่อปกป้องนาง
องครักษ์เงาก็เพิ่งจะเห็นวิธีการสังหารอันโหดเหี้ยมเช่นนี้เป็นครั้งแรก การสังหารของชายผู้นั้นดูเหมือนจะง่าย ทว่ามันแฝงไปด้วยความเหี้ยมโหด มือเขาไม่เปื้อนโลหิตแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พวกเจ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่ ?”
“ร่างบุรุษชุดเขียวแกมน้ำเงินผู้นี้ไม่มีพลังวิญญาณ ไม่มีพลังลมปราณใด ๆ เสมือนว่าเขาใช้เพียงกำลังภายในเท่านั้น” มู่อีกล่าว
ใบหน้ามู่เอ๋อร์ทาบทาความตกใจ “นี่ม