ัน… เป็นไปได้อย่างไรกัน ?!”
“ใต้หล้านี้กว้างใหญ่นัก เรื่องแปลกสารพัดล้วนมีอยู่ทั่วทุกสารทิศ แม้วันนี้เรามาแล้วไม่ได้ช่วยอะไร แต่เราก็ได้เห็นบางอย่างที่แปลกประหลาดกับตาตัวเอง” มู่เฉียนซีกล่าว
— ตูม! ตูม! ตูม! —
องครักษ์ของตระกูลโอวหยางล้มไปทีละคน ไม่ว่าจะเป็นจอมยุทธ์ ปรมาจารย์ยุทธ์ จอมภูต หรือปรมาจารย์ภูตที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาก็มิอาจเทียบกับบุรุษชุดเขียวแกมน้ำเงินนี้ได้
“อ๊าก อ๊าก อ๊าก! ข้าสู้ตาย!” องครักษ์ตระกูลโอวหยางที่เหลืออยู่ใช้ท่าไม้ตายแข็งแกร่งที่สุดรวมพลังกันเพื่อพยายามสังหารบุรุษชุดเขียวแกมน้ำเงิน
— ตูม! —
— ปัง! —
เสียงร่างของคนล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง คิดไม่ถึงว่าเขาผู้นั้นจะเป็นบุรุษชุดเขียวแกมน้ำเงิน
องครักษ์ตระกูลโอวหยางหัวเราะพึงพอใจ กล่าวอย่างลำพองตน “ฮ่า ๆ ๆ! เป็นอย่างไรล่ะ ในที่สุดเจ้าก็พ่ายแพ้ต่อข้า ข้าจะฉีกเนื้อเจ้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ”
“ท่านผู้นำตระกูล… นั่น…”
มู่อีรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก เมื่อครู่บุรุษผู้นี้เพิ่งจะกวาดล้างสิ่งรอบข้างด้วยพลังอันแข็งแกร่งเย้ยฟ้าท้าสวรรค์ ทว่าต่อมากลับล้มลงไปง่ายดาย มันกะทันหันเกินไปหรือไม่ ?
ไหน ๆ วันนี้มู่เฉียนซีก็มาแล้ว นางไม่ยอมให้บุรุษผู้นี้เป็นอะไรไปแน่
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนดังขึ้น กลิ่นอายเย็นยะเยือกน่าหวาดกลัวแผ่คืบคลานมา คนของตระกูลโอวหยางชะงักมือทันทีเมื่อเห็นสตรีร่างบางในชุดผ้าแพรพลิ้วสีม่วง
“ท่า