ม่วง นางเดินทอดน่องมาอย่างช้า ๆ ดูงดงามราวกับออกมาจากภาพวาดปลายพู่กัน
มู่เฉียนซีคิดไม่ถึงว่าเปิดหอการค้ามาเพียงเดือนเดียว จะมีคนกล้าเข้ามาพังทำลายข้าวของหอการค้าของตระกูลมู่เสียแล้ว
โอวหยางเฉียงยังคงกล่าว สุ้มเสียงเกรี้ยวกราด “หอหมอปีศาจของเจ้าขายโอสถปลอม เหอะ! ต่อให้คนอย่างมู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่มาด้วยตัวเองข้าก็ไม่สน พังให้หมด!”
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเยียบเย็น “โอวหยางเฉียง หากเจ้ายังคงทำลายข้าวของของข้าต่อไป เกรงว่าเจ้าจะเดือดร้อน ต่อให้เจ้าขายร่างกายก็ไม่พอชดใช้ค่าเสียหายให้ข้า”
โอวหยางเฉียงหัวเราะ กล่าววาจายั่วเย้า “ฮ่า ๆ ๆ เชิญพล่ามไป ข้าทำลายและจะไม่ชดใช้อะไรให้เจ้าทั้งนั้น ดูซิว่าเจ้าจะทำไม ?”
การเผชิญหน้าครั้งนี้โอวหยางเฉียงมั่นใจอย่างมาก เพราะเขามีเงาลับของท่านพ่อคอยปกป้องอยู่ อีกทั้งองครักษ์ที่เขานำมา ล้วนแต่เป็นเหล่าบรรดาจอมยุทธ์ เหล่าบรรดาเสี่ยวเอ๋อร์ในหอหมอปีศาจแห่งนี้มิใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา
“จะทำไมอย่างนั้นหรือ ?” ดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึกปรากฏประกายแสงเย็นวาบ
“องครักษ์เงาออกมา! โยนเศษสวะพวกนี้ออกไปจากหอหมอปีศาจของข้าเดี๋ยวนี้!”
ไม่รอช้า องครักษ์เงาเริ่มลงมือทันที เยวี่ยเจ๋อเริ่มลงมือด้วยเช่นกัน
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอยู่นั้น โอวหยางเฉียงกล่าวอย่างลำพองตน “มู่เฉียนซี คนของเจ้าน้อยกว่าคนของข้า เจ้าคิดจะกำจัดข้ารึ ? เหอะ! เจ้าฝันไปเถอะ”
มู่เฉียน