ซี “เยวี่ยเจ๋อ ไม่ต้องออกแรงแล้ว ขึ้นมานับเถอะ”
เยวี่ยเจ๋อมองนางเล็กน้อย พยักหน้าตอบ
สถานการณ์การตะลุมบอนเริ่มวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ องครักษ์ของตระกูลโอวหยางพยายามที่จะปกป้องคุณชายรอง ทว่าพวกเขามิอาจต้านทานเอาไว้ได้ ผู้คนที่มารุมมีมากเกินไป อีกทั้งยังมีเงาลับของตระกูลมู่ที่คอยรั้งพวกเขาเอาไว้ พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่มองดูคุณชายรองโดนรุม
“อ๊าก!” โอวหยางเฉียงร้องตะโกน ความเจ็บปวดแล่นเข้าเล่นงานทั่วกาย
พลังของโอวหยางเฉียงมิสามารถเทียบกับท่านพี่และน้องสาวของเขาได้ เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ เมื่อโดนรุมล้อมเช่นนี้ ไม่สามารถหลบได้
— ผลัวะ! —
— ปัง! ปัง! ปัง! —
— ตูม! —
ทุกคนต่อยแล้วต่อยอีก เตะแล้วก็เตะอีก ยิ่งเตะมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสได้รับยาจากท่านผู้นำตระกูลมู่มากขึ้นเท่านั้น
ด้วยชื่อเสียงของหอหมอปีศาจ อีกทั้งท่านผู้นำตระกูลมู่เป็นผู้ร่ำรวยล้นฟ้าท่วมผืนดิน พวกเขาไม่กลัวว่านางจะผิดคำพูด
“อั่ก!”
โอวหยางเฉียงโดนรุม กระอักเลือดกบปาก
“หึ!” มู่เฉียนซีแค่นเสียงสะใจ ในเวลานั้นเอง หางตาคู่งามเห็นชายแปลก ๆ ที่อยู่กลางวงตะลุมบอน เขาสวมเสื้อคลุมสีเขียวแกมน้ำเงิน ใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าเอาไว้
นางดูออก คนอื่น ๆ นั้นต่างก็หวาดกลัวโอวหยางเฉียงจึงยั้งมือไม่เตะรุนแรงเกินไป ทว่าบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นลงมือราวกับหมายเอาชีวิตโอวหยางเฉียง ทั้งจากสีหน้าของเขา ประหนึ่งต้องการส่งไปนรกภูมิก็มิปาน!
ขณะที่โอวหย