เข้าประเด็น แม้ต้องแตกหักก็ต้องยอม
“เจ้าพูดกับข้าตรง ๆ เลยเถอะ เจ้าต้องการอย่างไรถึงจะยอมเปลี่ยนความคิดอันนำไปสู่การนองเลือด ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“เจ้าไปอยู่กับข้า” จิ่วเยี่ยกล่าวง่าย ๆ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้
มู่เฉียนซียังไม่ทันตอบกลับ ถูกโอบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอันเย็นยะเยือก ฉับพลันสองร่างกระตุก ก่อนที่ร่างกายจะรู้สึกเสมือนอันตรธานหายไปกลางอากาศ
ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะให้นางได้โต้เถียง…
เมื่อมาถึงจวนเยี่ยอ๋อง จิ่วเยี่ยจ้องมองมู่เฉียนซี
“แล้วเขายังไปทำอะไรในจวนของเจ้าอีกบ้าง ?”
มู่เฉียนซี “ก็ไม่ได้ทำอะไร? แค่เรียนรู้ยุทธ์ซึ่งกันและกัน ขยับเส้นสายนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“อยู่ที่จวนข้า ข้าเป็นคู่มือให้เจ้าได้” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเย็นเยียบ
มู่เฉียนซีอ้าปากค้าง “จิ่วเยี่ย เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ ? เจ้าจะมาฝึกซ้อมให้ข้า นั่นมันเป็นการอัดข้า เจ้าคิดจะทารุณข้าชัด ๆ!”
“ข้าจะไม่ใช้พลังวิญญาณ อย่างไรเสียขั้นพลังวิญญาณที่เจ้ามีมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับไม่มี”
มู่เฉียนซีมุมปากกระตุก “จิ่วเยี่ย เจ้าไม่ได้แค่โจมตีผู้อื่นธรรมดา ๆ เจ้าอาจ… อาจพลั้งมือสังหาร”
จิ่วเยี่ยจับมือมู่เฉียนซีไว้แน่น ปากก็พูด “ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “เฮ้อ… ข้าไม่ปฏิเสธก็ได้ แท้จริงแล้วมีคู่ฝึกที่แข็งแกร่งเยี่ยงเจ้าฝึกเป็นเพื่อนข้าก็ดี ฝึกกับผู้แข็งแกร่งกว่าย่อมดึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมาได้ แต่เจ้า