ต้องออมมือหน่อยนะ”
“สำหรับหญิงสาวที่ข้าปกป้องอยู่ ข้าไม่สร้างบาดแผลให้อยู่แล้ว” จิ่วเยี่ยกล่าวพลางผงกหัว
…
วันต่อมา
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีไปฝึกซ้อมด้วยกัน ความสามารถของจิ่วเยี่ยช่างอาจหาญจนเกินจริง แม้ยังมิได้ใช้พลังวิญญาณในการสู้กับนาง ก็ยังทำให้นางรู้สึกเหมือนขยับเขยื้อนไม่ได้
วันนี้เขาจงใจจะใช้ความสามารถที่มีให้น้อยที่สุด ทั้งยังควบคุมความรวดเร็วให้ต่ำที่สุด
ตอนนี้มู่เฉียนซีมองเห็นชัดเจนแล้ว ยามพบกันเมื่อครั้งแรก วันนั้นที่จิ่วเยี่ยโจมตีนาง เกรงว่าเขาจะใช้เรี่ยวแรงไม่ถึงแม้หนึ่งในพันส่วนของเขาด้วยซ้ำ
— ปัง! ปัง! ปัง! —
เงาสีม่วงสีดำตัดสลับกัน เข็มยานับไม่ถ้วนลอยตกลงมา เข็มพวกนั้นถูกจิ่วเยี่ยปัดออก เขาป้องกันอย่างสบาย ๆ
ในด้านมู่เฉียนซี นางเข้าโจมตีอีกครั้ง พลันใช้เข็มยาทั้งหมดที่มีในมือ เคลื่อนกายเข้าไปใกล้ร่างสีดำ โจมตีระยะประชิด การเคลื่อนไหวนั่นรวดเร็วมาก ทั้งสองสู้กันไปเป็นร้อยกระบวนท่า
— ปัง! —
มู่เฉียนซีที่ทั้งร่างอาบไปด้วยเหงื่อถูกจิ่วเยี่ยจับตัวไว้ได้ ทว่า…
มือของเขาดันไปจับโดนในที่ที่ไม่ควรเสียได้
ทั่วทั้งร่างมู่เฉียนซีแข็งทื่อ!
ไอสังหารจากร่างจิ่วเยี่ย แผ่ไปทั่วทั้งร่างของนาง
“จิ่วเยี่ย ข้าอยากตัดมือทั้งสองข้างของเจ้าจริง ๆ”
ขาของนางยกขึ้นในแนวขวาง เตะใส่ร่างสูง ลูกเตะนั้นทำให้มวยผมของเขาหลุดออก
จิ่วเยี่ยที่ในเวลานี้ถูกสตรีสกุลมู่ก่นด่าในใจว่า ‘เจ้าคนไร้ยางอาย’ กล่