าวอย่างสบาย ๆ “อา… รู้สึกสบายมือดี” พูดจบเขาก็เตรียมเข้าไปลองสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง
มู่เฉียนซีใบหน้าร้อนฉ่า นางตะโกนลั่น “จิ่วเยี่ย เจ้าช่างไร้ยางอาย!”
ในใจของนางนั้นโกรธมาก เจ้าจิ่วเยี่ยนี่ดูเหมือนจะเป็นคนเยือกเย็น ไม่ได้มีความต้องการในสิ่งใด คิดไม่ถึงเลยว่าเขากลับเป็นคนหน้าเนื้อใจเดรัจฉาน
แววตามู่เฉียนซีบ่งบอกว่านางแทบอดไม่ได้ที่จะสับเขาเป็นหมื่น ๆ ชิ้น เมื่อมีลมพัดพาฝุ่นผงบริเวณนั้นผ่านเข้ามา มู่เฉียนซีรวบรวมกำลังทั้งหมดโจมตีจิ่วเยี่ยเพื่อเป็นการระบายความโกรธให้แก่ตนเอง
“ผนึกมังกรวารี!”
“ห่าฝนบุบผา!”
“มังกรวารีสะเทือนฟ้า!”
“กลองลั่นระรัว!”
พลังธาตุวารีระเบิดออกมาจนถึงขีดสุด พุ่งโจมตีจิ่วเยี่ยเต็มแรง
“ย๊าก!” นางตะเบ็งสุดเสียง
ครานี้จิ่วเยี่ยกลับไม่หลบหรือป้องกัน เขายอมให้พลังธาตุวารีพุ่งอัดบนร่างของตน
ในฉับพลันท่านอ๋องผู้โหดร้ายกลายเป็นซุปไก่เปียกปอน ไข่มุกสีเลือดและคริสตัลกระเด็นหลุดออกจากมวยผมของเขา
แม้มันจะดูน่าอับอาย ตัวเขากลับยังคงสง่างามน่าชื่นชมไม่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น สีหน้าประหลาดใจ “จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าถึงไม่ป้องกันเล่า ?”
จิ่วเยี่ย “ตอนนี้สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง ?”
มู่เฉียนซีถลึงตามอง ใบหน้างงงันชัดเจน “หือ ? เจ้าตั้งใจที่จะไม่หลบ เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะให้อภัยในสิ่งที่เจ้าทำไปรึ ?”
ฝ่ามือของมู่เฉียนซีถูกมือเย็นยะเยือกคู่หนึ่งมาประกบไว้ “