เช่นนั้นเจ้าก็มาจับของข้าบ้าง ถึงแม้ว่าส่วนนั้นของพวกเราจะไม่ค่อยคล้ายกันสักเท่าไรนัก”
จิ่วเยี่ยก้มหน้าลงมองหน้าอกหน้าใจของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีแทบเป็นลมล้มลง “มันไม่ได้เหมือนกันแต่แรกอยู่แล้ว เจ้าเป็นผู้ชายมีอะไรให้น่าสัมผัสรึ ? อย่างไรข้าก็เสียเปรียบอยู่ดี”
“ข้าไม่รู้ นี่เป็นครั้งแรก” จิ่วเยี่ยตอบกลับอย่างซื่อ ๆ
มู่เฉียนซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากน้ำเสียงกอปรกับท่าทางของเขา เท่าที่นางเห็น เจ้าก้อนน้ำแข็งนี่ไม่ได้พูดโกหก
เขาไม่ได้มีความคิดในเรื่องความแตกต่างของหญิงชายแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วความแตกต่างระหว่างคนก็คงมีแค่คนเป็นกับคนตายเท่านั้น
ไปโกรธเคืองคนเช่นเขาก็คงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าว “วันนี้ฝึกกันเท่านี้แล้วกัน ข้าจะกลับไปพักผ่อน”
“ช้าก่อน ร่างเจ้ามีรอยฟกช้ำ ข้าจะดูแลให้เจ้า” ว่าแล้วจิ่วเยี่ยก็ดึงมูเฉียนซีไปที่ห้องของเขา
“ไม่ต้อง ๆ เจ้าเป็นคนที่ทำการรอบคอบ ไม่ได้ทำอะไรให้ข้าบาดเจ็บ” มู่เฉียนซีรีบกล่าว
“เจ้าใช้พลังกายไปมาก ข้าจะช่วยเจ้าผ่อนบรรเทา” จิ่วเยี่ยยืนกราน
มือเรียวยาวคู่หนึ่งยื่นมาจับข้อเท้าของมู่เฉียนซีไว้ มือที่เย็นเฉียบคู่นั้นทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นเข้าร่าง
“อย่าเลย เรื่องแบบนี้ข้าว่าหาหญิงรับใช้ให้มาทุบ ๆ ไหล่นวด ๆ เอวข้าก็พอใจแล้ว เจ้าไม่เห็นต้องมาทำให้เลย”
“ที่จวนของข้า นอกจากพ่อบ้านไป๋แล้ว ไม่มีคนอื่นอีก เช่นนั้นข้าจึงต้องลงมือทำเอง