แม้เสียงครางจะชวนให้คิดไกล ทว่าในความเป็นจริง หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับถึงจวน นางกับเยวี่ยเจ๋อประลองฝีมือกันอีกครา
การประลองฝีมือของทั้งสองถือว่ายืดเส้นยืดสายได้ดีทีเดียว
จบการประลองเล็ก ๆ เยวี่ยเจ๋อสภาพเฉกเช่นถูกทุบตี บนเรือนร่างเต็มไปด้วยรอยแผล มู่เฉียนซีจึงให้เขาไปแช่ร่างกายกับยาฟอกกระดูกชะล้างชีพจรที่นางปรุงขึ้นมาด้วยตนเอง
เยวี่ยเจ๋อยามได้แช่ยาอาบ ปากอ้ากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทว่าสุดท้ายกลับรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวชั่วทั้งยามราตรี
หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือกันว่าท่านผู้นำตระกูลมู่ชอบทำร้ายผู้อื่นอย่างโหดร้ายทารุณ ตัวอย่างคือเยวี่ยเจ๋อ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเห็นอกเห็นใจนึกสงสารคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเยวี่ย
‘เป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเยวี่ยนี่ไม่ง่ายเลย’
ยามอรุณรุ่ง…
มู่เฉียนซีกล่าว “เยวี่ยเจ๋อ เมื่อคืนเจ้าหลับสบายหรือไม่ ?”
ดวงตาเยวี่ยเจ๋อในเวลานี้ดำคล้ำ ทว่าเขารู้สึกสมรรถภาพร่างกายตนเองดีขึ้นสามถึงสี่เท่า ทั้งพลังในกายยังก้าวข้ามไปถึงจุดสูงสุด เขาเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับหกแล้ว
“ก็ถือว่าดี” เขากล่าวอย่างฝืดฝืนใจเล็ก ๆ มันเป็นความรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง
“พลังของเจ้าก้าวข้ามเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับหกแล้วสินะ เช่นนั้นตอนนี้เลื่อนขั้นไประดับเจ็ดด้วยกันกับข้าเลยดีไหมล่ะ ?”
“ด้วยกันรึ ? เลื่อนขั้นไประดับเจ็ดหรือ ?” เยวี่ยเจ๋อไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ในเมื่อเขากลายเป็นผู้บำเพ็ญภูตระด