ับหกแล้ว เช่นนั้นการจะเลื่อนขั้นเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ดคงไม่ไกลเกินเอื้อม
แม้ว่าตนจะมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง การที่จะทะลวงพลังเลื่อนไประดับเจ็ดได้นั้นอย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกครึ่งค่อนปี ทว่าพี่ใหญ่ของเขากล่าวว่าตอนนี้…
จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ?
“อืม ข้าให้เจ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ใจเจ้าจะเลือกเลย” กล่าวจบ มู่เฉียนซีหยิบยาลูกกลอนกับยาเหย้าจี้มาชนิดละหนึ่งขวดยื่นให้เยวี่ยเจ๋อเลือก
“นี่มัน…”
“ยาทะลวงพลังหยวนระดับสอง และยาเหย้าจี้ที่ข้าปรุงขึ้นมาใหม่ซึ่งเทียบเท่ากับยาวิญญาณหยวนระดับสาม แต่ต่ำกว่าขั้นจอมภูต” มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก
ดวงตาของเยวี่ยเจ๋อเบิกกว้างแทบถลนออกนอกเบ้า ยาระดับสองกับยาระดับสาม! ยาเหล่านี้ล้ำค่ามากมิอาจหาซื้อได้ง่าย ๆ แต่พี่ใหญ่กลับนำออกมาให้เลือกราวกับเป็นน้ำเปล่า มันช่าง…
มู่เฉียนซีกล่าว ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม “เจ้าค่อย ๆ เลือกไปแล้วกัน ข้าดื่มก่อนล่ะ”
นางหยิบขวดยาออกมาอีกขวดหนึ่ง กระดกลงคอไปทันที
ทันใดนั้น ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนราวกับสวรรค์และโลกผนวกเข้าด้วยกัน เยวี่ยเจ๋อมองขวดยาอย่างตื่นตะลึง
ยานี้มันช่างวิเศษดีแท้!
เยวี่ยเจ๋ออดใจรอไม่ไหว พลันหยิบยาทะลวงพลังหยวนยัดเข้าปากและกลืนลงไป ผลเป็นไปตามอย่างที่คาดไว้ พลังยาทะลวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่แล่นเข้าสู่เส้นลมปราณ เขารู้สึกราวกับตนทะลวงกำแพงระดับเจ็ดได้อย่างง่ายดาย
— กร๊อบ! —
— กรึบ! —
— ซ่า! —
เสียงกระดูกภายในร่างกา