ยของเขาดังเป็นระยะ ๆ เยวี่ยเจ๋อรู้สึกได้ว่าภายในร่างกายเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ดวงตาสีดำดุจท้องฟ้ายามรัตติกาลเปล่งแสงสว่างวาบวาว เขาได้เป็นผู้บำเพ็ญภูติระดับเจ็ดดั่งปรารถนาแล้ว
ถึงอย่างไร ระดับของผู้บำเพ็ญภูตในระดับเจ็ดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากพลังเหนือระดับเจ็ดไป ถึงจะนับว่าประสบความสำเร็จ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ดได้รวดเร็วเช่นนี้
มู่เฉียนซีลืมตาขึ้นมา แน่นอนว่านางเองก็ก้าวไปสู่ผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ดอย่างราบรื่นไร้กังวล
“เยวี่ยเจ๋อ ในที่สุดเจ้ากับข้าก็สำเร็จการเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ดแล้วสินะ เจ้ากลับจวนไปก่อนเถอะ ประเดี๋ยวท่านพ่อเจ้าจะเป็นกังวลเอาได้”
“ยาลูกกลอนและยาเหย้าจี้เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกพลังของเจ้า เจ้าชอบแบบไหนก็เลือกเอาตามแต่ใจเจ้า แต่หากเจ้าไม่ชอบกินยาเหย้าจี้ เจ้าจะเอาให้ใครก็แล้วแต่เจ้าเลย”
“ส่วนยานี่เป็นยาสมานแผล ช่วยรักษาบาดแผลต่าง ๆ…”
มู่เฉียนซียัดทั้งยาลูกกลอนและยาเหย้าจี้ให้กับเยวี่ยเจ๋อกองหนึ่ง ผลประโยชน์จากการไปจวนตระกูลโอวหยางครั้งนี้นางได้รับอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังออกจากจวนตระกูลโอวหยางโดยปลอดภัย เยวี่ยเจ๋อผู้นี้ช่วยนางได้ไม่น้อยเลย นางอยากตอบแทนเขาบ้าง
เยวี่ยเจ๋อเบิกตากว้าง กล่าวขึ้น “โอ้! เยอะขนาดนี้เชียวรึพี่ใหญ่ ?”
“พี่ใหญ่ ข้ารับไว้ไม่ได้จริง ๆ มันมากเกิน อีกอย่าง ยาเหล่านี้หากคิดเป