็นเงินก็มีมูลค่ามากมาย”
มู่เฉียนซีกลอกตาใส่เขา นางกล่าวว่า… “มันจะมีมูลค่ามากมายอะไรกันนักหนา สมุนไพรวิญญาณข้าก็เอามาจากสวนหลวง อีกทั้งยังได้มาจากจวนตระกูลโอวหยางไม่น้อยเลย ต่อไปเจ้าจะเอาไปกินแทนข้าวก็กินไม่หมดเสียด้วยซ้ำ”
“พี่ใหญ่ ท่านไปเอายาลูกกลอนกับยาเหย้าจี้มากมายเหล่านี้มาจากที่ใดกัน ?”
“เจ้าติดตามข้ามาหลายวัน เจ้าเดาไม่ออกหรอกหรือว่าข้ามู่เฉียนซีเป็นนักปรุงยา ยาทั้งหมดนี่ข้าปรุงเองหลอมเองทั้งหมดนั่นแหละ เห็นไหม ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องเกรงใจข้า เจ้าเอาไปเถอะ เอาไปเยอะ ๆ เลย หากมีเรื่องอะไรข้าจะเรียกเจ้ามาอีกที”
เยวี่ยเจ๋อแทบลมจับ คิดในใจ ‘ยาเหล่านี้มู่เฉียนซี… นางเป็นคนปรุงเองกับมือ นั่นก็แสดงว่านางเป็นนักปรุงยาระดับสองเป็นแน่แท้’
‘โอ…! นางยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ?!’
เยวี่ยเจ๋อหอบยาทั้งหมดออกจากจวนตระกูลมู่โดยที่สภาพร่างกายมิบาดเจ็บแต่อย่างใด
หลังจากที่เยวี่ยเจ๋อกลับไป เสียงอ่อนโยนอันนุ่มนวลชวนฟังก็ดังขึ้น
“ซีเอ๋อร์…”
มู่เฉียนซีอึ้งงัน นางกล่าว “ท่านอาเล็ก ยามอรุณเช่นนี้อากาศหนาว ท่านอามาได้อย่างไรรึ ?”
“มีซีเอ๋อร์คอยดูแล ร่างกายของข้าแข็งแรงกว่าคนปกติเสียอีก ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะมาดูว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเยวี่ยลักพาตัวหลานสาวของข้าไปแล้วหรือยัง” มู่อวู่ซวงกล่าว น้ำเสียงเจือความขื่นขมจาง ๆ ประหนึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ
หากซีเอ๋อร์โดนบุรุษลักพาตัวไปจริง ๆ ผู้เป็นอาอย่างตนคงไม่มีวัน