อภัยให้ตัวเอง ไหนเลยจะยังมิกล้าเอาหน้าไปเจอกับพี่ใหญ่ พี่รอง และชิงเฉิน
หากคนเหล่านั้นทราบว่าซีเอ๋อร์โดนบุรุษลักพาตัวเมื่อใด เขาคงต้องเผชิญคลื่นอารมณ์โกรธของทั้งสามและอาจถูกปลิดชีพ
มู่เฉียนซีมุมปากกระตุกเล็กน้อย “ท่านอาเล็ก ท่านกลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? เยวี่ยเจ๋อเป็นน้องชายข้า ตระกูลมู่เรายังอ่อนแอนัก ยืมทหารของตระกูลเยวี่ยมาเสริมความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยเป็นเรื่องดี และเยวี่ยเจ๋อเขาก็ดี ข้าจึงช่วยให้เขามีพลังเพิ่มเพื่อตอบแทนเพียงเท่านั้นเอง”
“ข้าเข้าใจเจ้า” มู่อวู่ซวงยิ้มเล็ก ๆ พลางจับมือทั้งสองข้างของหลานรัก “ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่าหักโหมมากนัก ยังมีข้าอยู่ทั้งคน”
มู่เฉียนซีรู้สึกอบอุ่นขึ้นภายในใจ นางส่ายหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ท่านอา ข้าไม่ได้หักโหมสักหน่อย ก็แค่คิดบัญชีให้ถูกต้องตามสมควรเพียงเท่านั้น”
แววตาของนางเปล่งประกายความเยือกเย็น ขณะเอ่ยคำ “ไม่เอาคืนพวกที่มาทำร้ายเรา มิใช่นิสัยของข้าผู้นำตระกูลมู่ มู่เฉียนซี!”
มู่อวู่ซวงยิ้ม กล่าวว่า “หากเป็นเช่นนั้นซีเอ๋อร์อยากทำอะไรก็ตามใจ มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าไม่ยอมให้มีใครมารังแกเจ้าได้ง่าย ๆ แน่นอน”
หลังจากที่ส่งอาเล็กกลับไปไม่นาน มีแขกมาเยือนมู่เฉียนซีอีกครั้ง
ทั่วทั้งลานบ้านเสมือนเปลี่ยนกลายเป็นนรกอสุระ มู่เฉียนซีเดินออกมาก็เห็นร่างเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยนั่งอยู่บนเก้าอี้ของนาง
ใบหน้าคมคายไร้ที่ติมีทั้งความเยือกเย็น ค