นี้ท่านพี่ก็มีคุณสมบัติหนิท่านพ่อ ตั้งแต่เล็กจนโตข้าไม่ยักเคยเห็นท่านพี่สัมผัสมือสตรีนางใดเลยด้วยซ้ำ”
“แต่เอ๊ะ! ประการสุดท้ายบุรุษผู้นั้นจะต้องแข็งแกร่งกว่านาง การประลองครั้งที่แล้วดูเหมือนว่าท่านพี่สู้นางไม่ได้ ข้อนี้ท่านพี่ไม่ผ่าน” เยวี่ยซู่ผิดหวังเล็กน้อย
มู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่ทั้งแกร่งกล้าสามารถ รูปลักษณ์หน้าตาก็งดงามไร้ที่ติ อีกทั้งยังร่ำรวยมหาศาล มีเงินทองล้นฟ้า หากตระกูลเยวี่ยได้มีสะใภ้เช่นนี้คงเยี่ยมยอด!
“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว รู้แล้วก็ออกไปได้” แม่ทัพเยวี่ยกล่าวเรียบ ๆ
เยวี่ยซู่ออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่แม่ทัพเยวี่ยผู้เป็นบิดาได้แต่ถอนหายใจเอือมระอา
หลังจากที่เยวี่ยเจ๋อย่างเท้าเข้าไปในจวนตระกูลโอวหยางกับท่านผู้นำตระกูลมู่ ดูเหมือนว่าตระกูลเยวี่ยนั้นจะเลือกข้างแล้ว
หากเป็นเมื่อก่อน แม่ทัพเยวี่ยคิดเพียงแค่อยากเป็นทหาร อยากเป็นแม่ทัพที่ดีผู้หนึ่ง ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องซับซ้อนเหล่านี้
ทว่าตอนนี้… หากเขายังหัวแข็งยืนหยัดในความคิดตนเองต่อไป ตระกูลเยวี่ยของเขา อนาคตบุตรชายเขาคงไม่ก้าวไกล …เยวี่ยเจ๋อ! หวังเพียงเจ้าไม่ติดกับดักก็เพียงพอแล้ว
มู่เฉียนซีเป็นถึงสตรีผู้แกร่งกล้าในใต้หล้า สูงส่งงดงามดั่งหงส์ขาว เกรงว่าบุตรชายที่โง่เง่าของเขานั้น…
ขอแค่เห็นบุตรหลานอยู่รอดปลอดภัย เขาก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว หากผู้นำตระกูลมู่คิดจะสนับสนุนบุตรชายของเขาจริง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องน่าปีติยินดี
……
“อ๊ะ!”