“ได้ เชิญด้านใน… เชิญด้านใน…”ผู้นำกระกูลโอวหยางรีบเร่งพามู่เฉียนซีไปถึงห้องส่วนตัวของโอวหยางเหว่ยโอวหยางเหว่ยที่นอนอยู่บนเตียงสภาพย่ำแย่แทบไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์ บนร่างของนางนั้น ผิวหนังหนึ่งในสามส่วนกลายสภาพเป็นเหมือนซากศพกำลังเน่าเปื่อยและมีสีดำ โอวหยางเหว่ยอยู่ในสภาพใกล้ตายเต็มที บัดนี้อยู่ในภาวะนิทรา ปากก็พร่ำเพ้อด้วยเสียงอันเบาบาง แต่ผู้คนรอบข้างกลับสามารถฟังได้อย่างชัดเจน“มู่เฉียนซี ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้น!”“มู่เฉียนซี ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้น!”“มู่เฉียนซี…”ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ ปากยังคอยสาปแช่งมู่เฉียนซีอีก เห็นได้ชัดว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลโอวหยางเกลียดมู่เฉียนซีมากเพียงใดใบหน้าของผู้นำตระกูลโอวหยางแสนอึดอัดใจ กล่าวขึ้น “ผู้นำตระกูลมู่ ลูกสาวข้าอายุยังน้อย นางไม่ค่อยรู้เรื่องทั้งยังเอาแต่ใจอยู่บ้าง ขอเจ้าจงอย่าได้ถือสาวาจานางเลย…การรักษาสำคัญกว่า… การรักษาสำคัญกว่า…” เขาพูดซ้ำ ๆ เพราะเกิดกลัวว่าหากมู่เฉียนซีได้ยินคำพูดจากปากเหว่ยเหว่ยมากกว่านี้จะเกิดเปลี่ยนใจหันหลังกลับไป หากเป็นเช่นนั้นเหว่ยเหว่ยคงไม่พ้นต้องตายเยวี่ยเจ๋อที่อยู่ด้านข้างกลอกตามองบน หึ! อายุยังน้อยปีนี้โอวหยางเหว่ยก็จะอายุสิบแปดปีแล้ว แต่พี่ใหญ่ของเขาอายุยังไม่ถึงสิบหก หนังหน้าของโอวหยางจูหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมือง ช่างกล้าพูดต่อหน้าพี่ใหญ่ว่าโอวหยางเหว่ยอายุยังน้อยมู่เฉียนซีตรวจดูอาการทางร่า