มู่เฉียนซีกล่าวต่อ “อีกไม่นานข้าก็จะอายุสิบหกปี โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว สินสอดนี่ก็สามารถที่จะพอยื้อเวลาเอาไว้ได้ เห็นแก่การที่ฝ่าบาทต้องเหน็ดเหนื่อยกับการปกป้องดูแลข้ามาครึ่งปี หนี้สินที่ติดค้างอยู่ ข้าจะไม่คิดดอกเบี้ย แต่ข้าขอให้พระองค์คืนมันให้ครบจำนวนก่อนที่ข้าจะบรรลุนิติภาวะ ฝ่าบาท พระองค์คิดเห็นเช่นไร ?”
เส้นเอ็นบนหน้าผากซวนหยวนจือกระตุกอย่างแรง
“ซีเอ๋อร์ เวลาที่เจ้าจะบรรลุนิติภาวะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เหลืออีกเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น ข้าเกรงว่าภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ข้าคงจะรวบรวมเงินมากมายขนาดนั้นไม่ไหว”
อันที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะการพูดต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ แต่ซวนหยวนจือจนปัญญา อย่างไรเขาก็ไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ครบจริง ๆ
อย่าว่าแต่สามเดือนเลย ต่อให้คืนในสามปี แม้เขาจะเป็นเจ้าแคว้นก็ยังไม่สามารถทำได้
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก “คืนไม่ครบรึ ? เช่นนั้นข้าก็ไม่ทำให้พระองค์ลำบากใจแล้ว”
ซวนหยวนจือตกตะลึง ในตอนแรกมู่เฉียนซีพูดจากดดันให้ลำบากใจ แต่กลับมาพูดดีเช่นนี้ได้เยี่ยงไร?
“เอาอย่างนี้แล้วกัน!ได้ยินมาว่าราชวงศ์ของแคว้นจื่อเยี่ยมีสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ ช่วงนี้ข้ามีความสนใจในเรื่องการปรุงยา ฝ่าบาท พระองค์นำสมุนไพรวิญญาณนั่นมาจำนองกับข้าสิ ถือว่าใช้แทนครึ่งนึงของส่วนน้อยนั่นแล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงใส ใบหน้าเยาว์วัยของนางเปื้อนยิ้ม
เป็นอีก