“หากฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ยพูดไม่เป็นคำพูด เช่นนั้นแคว้นนี้ก็ไม่จําเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป ดูแล้วขัดหูขัดตานัก”
เสียงนุ่มนวลแฝงความเยือกเย็นราวกับสายฝนที่ไหลผ่านน้ำแข็งดังลอดริมฝีปากซวนหยวนจิ่วเยี่ย
สิ้นเสียงนุ่ม ความเหน็บหนาวแผ่ซ่านไปทั่วตําหนักจื่อจี ประหนึ่งว่ามันสามารถทําลายพลังวิญญาณสังหารทั้งหมดได้เพียงเสี้ยวลมหายใจ
จิ่วเยี่ยที่ปิดบังตัวเงียบมาตลอด ตอนนี้กลับเอ่ยปากพูดขึ้นมา
หน้าผากซวนหยวนจือผุดเหงื่อเย็น อีกทั้งมือชุ่มเหงื่อ บัดซบ! เหตุใดจึงลืมไปได้ว่าจิ่วเยี่ยอยู่ที่นี่ด้วย ? …คาดไม่ถึงว่าจิ่วเยี่ยจะช่วยมู่เฉียนซีสตรีโอหังผู้นี้
ไม่! หากมู่เฉียนซีมีจิ่วเยี่ยคอยช่วยเหลือจริง ๆ ละก็ แม้จะบุกเข้าไปในท้องพระคลังและย้ายทรัพย์สินทุกอย่างออกจากท้องพระคลัง เขาก็ไม่สามารถทําอะไรนางได้
การประลองวันนี้จิ่วเยี่ยมองอย่างไม่คลาดสายตา คำมั่นสัญญาของซวนหยวนจือ เขาก็ได้ยิน คงจะรู้ว่าซวนหยวนจือกำลังคิดกลับคำ บางทีคงระอาจึงได้เอ่ยออกมา
ไม่มีใครสามารถอ่านความคิดของซวนหยวนจิ่วเยี่ยได้
อีกทั้งมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ย น้อยมากที่พวกเขาทั้งสองจะยุ่งเกี่ยวกัน อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องคุยกัน
จิ่วเยี่ยเกลียดผู้หญิงอย่างกับอะไรดี แทบเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะช่วยมู่เฉียนซี
ถ้าจิ่วเยี่ยคอยช่วยเหลือมู่เฉียนซี… หากว่ามู่เฉียนซีต้องการบัลลังก์ของเขา ซวนหยวนจือขึ้นมา… เขาคงทําได้เพียงยกมือทั้งสองป