ระเคนให้อย่างจำต้องเต็มใจ
ผลที่ได้นี้ช่างน่าพรั่นพรึงนัก เขาเลิกคิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้
ซวนหยวนจือได้สติกลับคืนมาจากความหวาดกลัว
“ข้าเป็นถึงฮ่องเต้ พูดคำไหนคำนั้น แต่ว่า…”
ซวนหยวนจือรู้สึกว่าหัวใจของเขากําลังเจ็บปวด แต่วันนี้เขาคงต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ มิเช่นนั้นคงกลายเป็นคนไร้สัจจะวาจา หากทําให้เจ้าจิ่วเยี่ยนั่นรู้สึกไม่พอใจ คาดว่าตำหนักจื่อจีคงไม่วายกลายเป็นสนามรบที่น่าเวทนา
ทุกคนที่นั่งอยู่ รวมทั้งเขาก็คงกลายเป็นซากกระดูกถูกทอดทิ้งให้เยียบเย็น
มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อ “ฝ่าบาท แต่ว่าอะไรหรือ ?! กล่าวต่อสิ”
ในสำนักศึกษา มู่เฉียนซีรู้สึกได้ว่าทุกคนล้วนหวาดกลัวเจ้าก้อนน้ำแข็งจิ่วเยี่ย แต่ใครจะไปคิดว่าคนทั้งใต้หล้าจะกลัวเขาถึงขั้นนี้ แม้แต่ซวนหยวนจือ ฮ่องเต้แห่งแคว้นก็ยังกลัวแทบตาย เดิมทีซวนหยวนจือที่คิดจะลงมือสังหารนางยังกลับคําในชั่วพริบตา
เจ้าจิ่วเยี่ยนี่ทําเรื่องน่ากลัวอะไรไว้ ถึงได้ทําให้ฮ่องเต้หวาดกลัวเพียงนี้ ?
ซวนหยวนจือรีบอธิบาย “เมื่อปีที่แล้วมีภัยแล้งทางตะวันตกเฉียงเหนือ เงินในท้องพระคลังไม่เพียงพอจึงได้ยักยอกทรัพย์สินในท้องพระคลังเพื่อบรรเทาสาธารณภัย แต่ด้วยความเลินเล่อของข้ารับใช้ ในส่วนสินสอดทองหมั้นของซีเอ๋อร์ถูกยักยอกออกไปใช้ด้วย…
เมื่อครึ่งปีก่อนทหารม้าแคว้นชิงของประเทศเพื่อนบ้านบุกเข้ามาโจมตี กองทัพเรา ๆ มีเงินไม่มากพอ เพื่อที่จะให้เงินทุนทางทหารที่เพียงพอแก่กองทั