เสียงของฮ่องเต้จริงจังอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีหันไปมองซวนหยวนจือ กล่าวว่า “สันดานบางอย่างเกรงว่าหากมิใช่ชาติหน้า ก็มิอาจแก้ไข”
ซวนหยวนจือขมวดคิ้ว หน้าผากยู่ย่น “ซีเอ๋อร์ เจ้าหมายความว่าอย่างไร ?!”
มู่เฉียนซีกล่าวช้า ๆ ชัด ๆ “หากจะแต่งงานกับข้า มู่เฉียนซี บุรุษผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติสองประการ”
“ประการแรก ต้องไม่ใช่บุรุษมากชู้หลายภรรยา ยิ่งเป็นบุรุษเข้าออกหอคณิกาเป็นว่าเล่นยิ่งไม่มีทาง บุรุษที่จะตบแต่งกับข้าต้องไม่เคยสัมผัสหญิงใดมาก่อน ยิ่งแต่งกันไปแล้วยิ่งไม่ได้”
บุรุษทั้งหลายที่นั่งอยู่ ได้ยินวาจานาง พลันหน้าหงายไปตามกัน รวมทั้งซวนหยวนจือผู้เป็นฮ่องเต้ก็ไม่เว้น
มู่เฉียนซีกำลังด่าพวกเขาหรือ ?
สตรีโอหังอย่างมู่เฉียนซี แม้นางจะแข็งแกร่งมากเพียงใด ทว่าก็ยังคงเสียเปรียบอยู่ดีเพราะนางเป็นสตรี
บุรุษผู้หนึ่งมีภรรยาสามสนมสี่ถือเรื่องปกติ เพราะเช่นนี้สตรีจึงเป็นเพศที่เสียเปรียบ นอกเสียจากว่าสตรีผู้นั้นจะมีอำนาจใหญ่โตและเป็นสตรีผู้แข็งแกร่งจนใครก็มิอาจเทียบเทียม
ซวนหยวนหลี่เทียนชะงักงัน ใบหน้ากรุ่นโกรธ สตรีอย่างมู่เฉียนซีดุด่าต่อว่าตนให้ต้องอับอายขายขี้หน้าเหล่าบรรดาขุนนางและผู้คนมากมายเช่นนี้ ‘นางลำพองตนเกินไปแล้ว!’
“ประการที่สอง บุรุษที่จะแต่งงานกับข้าต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าข้า! แต่นี่ หลี่อ๋องผู้นี้เป็นบุรุษปวกเปียกอ่อนแอ แม้แต่สตรีอย่างข้ายังมิอาจสู้รบปรบมือได้ ช่างเป็นบุรุษที่น่าสงสารและ