นตบแต่งกับนางทั้ง ๆ ที่เสด็จพ่อไม่ชอบนางแม้แต่น้อย เพราะความมั่งคั่งล้นฟ้าเช่นนี้นี่เอง
หลังจากที่มู่เฉียนซีอ่านรายชื่อสินสอดทองหมั้นของนางครบหมดแล้ว บรรยากาศทั้งตำหนักจื่อจีเงียบงันจนน่ากลัว
ไม่มีใครกล้าปริปากเปล่งเสียงใด ๆ ออกมา ทุกคนนั่งก้มหน้านิ่งบรรยากาศเย็นยะเยือกอึดอัดเป็นอย่างมาก
สิ่งของล้ำค่ามหาศาลเช่นนี้เมื่อใครได้กินเข้าไปแล้วยากที่จะคายออกมาง่าย ๆ แม้ว่าจะเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ยก็คงไม่พ้นอมไว้ เขาไม่ใจกว้างถึงเพียงนั้น
ทุกร่างนั่งนิ่งอึ้งก้นตรึงเก้าอี้ เพื่อไม่ให้ตนเองเดือนร้อนหากผู้สูงศักดิ์เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ทุกคนต่างก็ดูออกแล้วว่าการที่ผู้นำตระกูลมู่มาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ นางไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้มยินดีอะไรเลยที่ได้พบพระพักตร์ฮ่องเต้ อีกทั้งกลับทวงสินสอดทองหมั้นอย่างไร้ความปราณีกลางงานเลี้ยง
แน่นอนฮ่องเต้ย่อมไม่พอพระทัย
ซวนหยวนจือกำหมัดแน่น หรี่ตาสีดำสนิทจ้องมองสตรีชุดสีม่วง “ซีเอ๋อร์ เจ้าต้องการจะเอาสินสอดทองหมั้นกลับคืนไปให้ได้ใช่หรือไม่ ?”
“ใช่! ตอนนี้ตระกูลมู่เกิดประสบกับปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ข้าจำเป็นต้องนำสินสอดทองหมั้นกลับไปแก้ไขสถานการณ์ในจวน ขอฝ่าบาททรงอนุญาต หรือพระองค์ทรงคิดว่าคำขอเดียวของข้ายังไม่เพียงพอ จะให้ข้าร้องขออีกอย่างเลยหรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีบีบบังคับ ซวนหยวนจือโกรธจนควันออกหู เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะรับได้
ในใจของซวนหยวนจือกระ