ไป อีกทั้งยังจะกลายเป็นแคว้นแข็งแกร่งที่สุดก็เป็นได้
เวลานั้นมู่เฉียนซียังไม่ถือกำเนิด ทว่าไม่ว่านางจะถือกำเนิดเป็นหญิงหรือชาย ก็ต้องเป็นทายาทรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลมู่ และยศถาบรรดาศักดิ์ของนางก็เทียบเท่ากับองค์ชาย
ด้วยสัจจะวาจาที่เคยกล่าวไว้กับตระกูลมู่ แม้วันนี้มู่เฉียนซีจะกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ก็ไม่สามารถเอาผิดนางได้
ซวนหยวนจือรู้สึกโกรธแทบกระอักเลือด เขารู้สึกประหนึ่งตนเองหาเหาใส่หัวเป็นครั้งแรก หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ‘แกว่งเท้าหาเสี้ยน’
เยวี่ยเจ๋อที่เดิมทีดูเป็นห่วงมู่เฉียนซี เมื่อเห็นเช่นนี้ก็ถอนหายใจโล่งอกโล่งใจ เขาคิดว่าพี่ใหญ่เป็นเพียงผู้นำตระกูลมู่ มิอาจสู้รบปรบมือได้ คิดไม่ถึงว่ายศถาบรรดาศักดิ์ในแคว้นจื่อเยี่ยของนางจะสูงส่งมากถึงเพียงนี้
ในแคว้นจื่อเยี่ย นางสามารถใช้อำนาจบาตรใหญ่กำเริบเสิบสานได้ตามอำเภอใจ เพียงแต่ห้ามไปกำเริบเสิบสานกับฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ อย่างไรก็ตาม ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม้แต่ตัวฮ่องเต้เองก็ยังไม่สามารถลงโทษนางได้เลย
“ดู ๆ แล้วหลี่อ๋องมิใช่ผู้ยากจนข้นแค้นธรรมดา ๆ แบบนี้เรียกว่ายากจนเข้าขั้นอนาถาเลยล่ะ แค่ค่าเสียหายชดเชยรถม้าของข้า หลี่อ๋องยังไม่มีปัญญาสะสางให้ ข้าอุตส่าห์เสียเวลาหน้าประตูวังตั้งนานสองนาน กลับมีปัญญาชดเชยให้แค่สามแสน เอาอย่างนี้ไหมล่ะหลี่อ๋อง หากท่านไม่มีเงินชดใช้ให้ข้า ก็ขอหยิบยืมจากฝ่าบาทสิ ข้าเกรงว่าหากรอท่าน ชาติน