ี้ก็ไม่รู้จะหามาให้ข้าได้ตอนไหน คงเป็นตอนข้าแก่ใกล้ตายกระมัง”
เหล่าบรรดาขุนนางที่นั่งฟังอยู่นิ่งอึ้งไปกับคำพูดของนาง สตรีผู้นำตระกูลมู่ช่างเข้าใจหาผลกำไรดีแท้
‘ท่านผู้นำ มิใช่ว่าหลี่อ๋องจะยากจนข้นแค้นหรอก ท่านต่างหากที่ร่ำรวยล้นฟ้าเกินหน้าเกินตาฮ่องเต้’
‘เงินสามแสนเหรียญทองคำมิใช่ประเดี๋ยวเดียวถึงจะหามาได้ นั่นเหรียญทองคำ มิใช่เม็ดดินเม็ดทรายที่จะหากันได้ง่าย ๆ!’
‘ในสายตาของท่านผู้นำตระกูลมู่ ทุกคนในที่นี้ล้วนแต่เป็นคนยากจนอนาถาทั้งสิ้น’
เหล่าบรรดาขุนนางที่นั่งอยู่ต่างบ่นพึมพำ… บางคนบ่นปากขมุบขมิบแต่ไร้สุ้มเสียงก็มี…
เยวี่ยซู่กล่าวกับท่านพ่อของเขา “ท่านพ่อ มู่เฉียนซีร่ำรวยมหาศาลถึงเพียงนี้ ข้าไปเป็นน้องชายของนางอีกคนดีหรือไม่ ?”
— เพี๊ยะ! —
ท่านแม่ทัพเยวี่ยตีไหล่บุตรชายอย่างแรง
“เจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกรึ ?! รูปร่างหน้าตาเจ้าก็เทียบกับพี่ชายเจ้าไม่ได้ ความสามารถเจ้าก็สู้เขาไม่ได้ ต่อให้มู่เฉียนซีผู้นำตระกูลมู่จะร่ำรวยมากกว่านี้ นางก็ไม่ชายตามองเจ้าหรอก” ท่านแม่ทัพเยวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ
เยวี่ยซู่กล่าว ถูกตบเจ็บจนน้ำตานองหน้า “ท่านพ่อช่างใจร้าย!”
ท่านแม่ทัพเยวี่ยหันไปมองบุตรชายที่นั่งอยู่กับหญิงสาวอย่างผู้นำตระกูลมู่ จากนั้นก็ลอบถอนหายใจเบา ๆ ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมองสถานการณ์การสู้รบได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทว่าสถานการณ์ตรงหน้าในตอนนี้ เขากลับมิสามารถคาดการณ์ได้เลย
มู่เฉียนซีแม