งข้ากับโอวหยางเหว่ยสิ้นสุดลงแล้ว ข้าเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ฝ่าบาทตรัสว่าให้ข้าขอได้สองอย่าง มิทราบว่าตอนนี้ข้าจะขอก่อนสักอย่างได้หรือไม่ ?” มู่เฉียนซีกล่าว แย้มยิ้มไร้เดียงสา
ทว่าทุกคนล้วนรู้ดีว่าคำขอของนางนั้นจะต้องมิใช่เรื่องธรรมดาเป็นแน่…
ลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในใจซวนหยวนจือ ทว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ต่อหน้าเหล่าบรรดาขุนนาง ยิ่งมิสามารถกลับคำได้
“ซีเอ๋อร์ เจ้าพูดมาเถอะ” ซวนหยวนจือกล่าวก่อนจะก้มหน้ามองนาง
“เวลาร่วมปีกว่าที่ผ่านมา สินสอดทองหมั้นของข้าถูกส่งมอบให้ฝ่าบาทเป็นผู้ดูแล บัดนี้งานหมั้นหมายระหว่างข้ากับหลี่อ๋องถอดถอนไปแล้ว ดังนั้นฝ่าบาทจะมอบสินสอดทองหมั้นของข้าคืนให้กับข้าได้หรือไม่ ?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบเรียบลื่น นางปั้นหน้าไร้เดียงสาราวกับเด็กกำลังทวงของเล่นจากผู้ใหญ่
ซวนหยวนจือใบหน้าเครียดคล้ำ ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงต้องฉีกยิ้มเอาไว้
“ซีเอ๋อร์ เจ้ากับเทียนเอ๋อร์มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การยกเลิกหมั้นหมายและการแต่งงานเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรในอนาคต เจ้าก็ยังคงเป็นพระชายาของเทียนเอ๋อร์อยู่ดี สินสอดทองหมั้นเก็บเอาไว้ในกรมคลังน่าจะปลอดภัยกว่า”
เงินจำนวนมหาศาลเช่นนั้นเข้าปากแล้วจะคายออกมาง่าย ๆ ได้อย่างไรกันเล่า…
ซวนหยวนหลี่เทียนเม้มปากแน่น สายตาจ้องมองหญิงสาวผู้งดงามทว่าโอหังผู้นี้ ตัวเขายังคงหวังว่ายังจะได้ตบแต่งกับนางเฉกเช่นเดิม
มู่หรูอวิ๋น