โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กว่าที่ทั้งสองจะยกเลิกการหมั้นหมายและการแต่งงานได้มิใช่เรื่องง่ายเลย จู่ ๆ ฝ่าบาทกลับตรัสว่าการยกเลิกนั้นเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น มันไม่ตลกไปหน่อยหรือ ?
นอกจากนี้ ดูเหมือนซวนหยวนหลี่เทียนเปลี่ยนใจอยากตบแต่งกับนางมู่เฉียนซีเสียแล้วสิ…
ซวนหยวนจือหันไปมองซวนหยวนหลี่เทียน เขากล่าว “เทียนเอ๋อร์ เจ้าชอบพอซีเอ๋อร์มาโดยตลอด เจ้าคงไม่อยากยกเลิกหรอกใช่ไหม ?”
แน่นอนว่าการที่ซวนหยวนจือกล่าวเช่นนี้ เพื่อไม่ให้ซวนหยวนหลี่เทียนปฏิเสธ ถึงอย่างไรต่อให้ซวนหยวนจือมิได้เจตนาเช่นนั้น ตัวเขา ซวนหยวนหลี่เทียนก็พร้อมที่จะพยักหน้าด้วยความเต็มใจ
“ซีเอ๋อร์ แม้ว่าเราสองคนจะมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน ทว่าเรื่องการหมั้นหมายตบแต่งกับเจ้าเป็นความตั้งใจจริงของข้า เราลืมอดีตและมาเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งดีหรือไม่ ? ข้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้เจ้ามีความสุขชั่วนิรันดร์”
ดวงตาแหลมคมราวศรธนูของซวนหยวนจิ่วเยี่ยพุ่งตรงไปที่ร่างซวนหยวนหลี่เทียนในทันที ราวกับหมายจะกำจัดบุรุษผู้นี้ให้หายลับไปจากผืนแผ่นดินอย่างสิ้นเนื้อไร้กระดูก
ซวนหยวนหลี่เทียนรู้สึกเสียวสันหลังวาบพลันกายแข็งทื่อ ความรู้สึกเหมือนเขากำลังอยู่ในนรกชั้นลึกที่สุดก็ว่าได้
มู่หรูอวิ๋นโกรธจนหน้าเขียว ทว่านางยังคงกล่าวพลางทำท่าทีน่าสงสาร “ท่านพี่หลี่เทียน… เหตุใดท่านถึงทำร้ายจิตใจของข้าอย่างนี้ ฮือ ๆ ๆ…”
ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าววาจาเย็นเยือก “หุบปากของเจ้าซะ