เมื่อได้ยินคําพูดของมู่เฉียนซี ผู้ชมพลันอุทาน สีหน้าตระหนกตกใจ “ไอ้หยา! ข้าได้ยินไม่ผิดไปใช่หรือไม่ ? ผู้นำตระกูลมู่เองก็มีสัตว์พันธสัญญาด้วย!”
“ถ้าผู้นำตระกูลมู่มีสัตว์พันธสัญญา การประลองต่อไปนี้คงยิ่งน่าตื่นเต้น!” ผู้ชมทั้งหลายจ้องมองมู่เฉียนซี ใบหน้าทาบทาความตื่นเต้น
“อู๋ตี้ เจ้าออกมา” มู่เฉียนซีเอ่ยเรียกเบา ๆ
ประกายแสงสีดําขาวกะพริบสลับกัน เจ้าแมวขาวราวหิมะปรากฏตัวขึ้นในอ้อมแขนมู่เฉียนซี ขนของมันนุ่มลื่นสลวยดุจแพรไหม หางปุยเสมือนไม้กวาดเล็ก ๆ ที่แกว่งไปมาอย่างช้า ๆ อยู่ด้านหลังร่างน้อย ๆ หูเล็ก ๆ กลม ๆ ตั้งตรงดูขี้เล่น รูปกายภายนอกน่ารักน่าชังหาที่เปรียบมิได้ อีกทั้งดวงตาสีม่วงคู่นั้น… ราวกับอัญมณีสีม่วงใสส่องประกายเจิดจ้า
ดูน่ารักไปหมด!
ราวกับว่าไม่มีพลังในการต่อสู้แม้เพียงนิด ออกแรงเล็กน้อยกับเสืออัคคีหงถิงสัตว์วิญญาณระดับสามที่ยืนตระหง่านตรงหน้า ก็คงไม่เพียงพอจะเอาชนะได้
เจ้าแมวอู๋ตี้ปรากฏตัวขึ้น แทบทุกผู้คนโดยรอบ เดิมทีเต็มไปด้วยความคาดหวัง กลับตระหนกตกตื่นแทบกลิ้งตกเก้าอี้ เยวี่ยเจ๋อเห็นก็แสยะยิ้ม ‘เหอะ! ดูน่ารักเช่นนี้ จะสู้กับสัตว์วิญญาณระดับสามได้หรือ ?’
“ฮ่า ๆ ๆ!” โอวหยางเหว่ยหัวเราะ สีหน้าหยามเหยียดไม่ปกปิด “มู่เฉียนซี เจ้าในตอนนี้คงหมดหนทางแล้วกระมัง ? ถึงกับต้องใช้เจ้าแมวไร้ประโยชน์ตัวนี้เพื่อต่อสู้ดิ้นรน เห็นทีเจ้าจะพ่ายแพ้ข้าก็ครานี้ล่ะ”
มู่เฉียนซีจ้องเจ้าเหม