ียวอู๋ตี้ กล่าวว่า “อู๋ตี้ เจ้าเคยลอบกลืนกินผลึกพลังวิญญาณของข้าไปตั้งมากมาย ได้เลื่อนระดับเป็นถึงสัตว์วิญญาณระดับสาม ในที่สุดข้าก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเจ้าได้เสียที แต่เจ้าแน่ใจรึว่าจะเอาชนะเสือนั่นได้ ?”
แม้จะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ร่างเล็ก ๆ ของมันช่างไม่น่าไว้ใจ! …หากเจ้าเหมียวอู๋ตี้แพ้พ่าย มู่เฉียนซีคงต้องวางไพ่ใบสุดท้าย
“เหมียว… นายท่าน ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ข้าคือท่านเหมียวอู๋ตี้ผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า สัตว์วิญญาณระดับสามตัวเดียวหาใช่คู่ต่อสู้ของข้า” เจ้าเหมียวอู๋ตี้ยืดอกกระดกหาง กล่าวกับมู่เฉียนซีอย่างมั่นใจ
มู่เฉียนซีพูดต่อทันที “งั้นก็ดี รีบฆ่าเสือน้อยตัวนี้เร็วเข้าเถอะ”
“มู่เฉียนซี เจ้าก็พูดเกินไป เสือน้อยรึ ? หึ! รอให้หงถิงของข้าเขมือบเจ้าก่อนเถอะ ดูซิว่าเจ้ายังจะกล้าบอกว่ามันเป็นเสือน้อยอีกไหม ?” โอวหยางเหว่ยสาดวาจาเกรี้ยวกราด กล่าวจบนางออกคำสั่งเสียงดุดัน
“หงถิง เขมือบพวกมันสองคนซะ!”
“โฮก!”
เสืออัคคีหงถิงพุ่งตรงเข้าหามู่เฉียนซี เหล่าผู้ชมจ้องไปยังเวทีประลองเป็นตาเดียว ร่างสีแดงกับร่างสีม่วงเผชิญหน้า งัดสัตว์พันธสัญญาออกมาสู้ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อแทนผู้นำตระกูลมู่ผู้นั้น
สัตว์วิญญาณระดับสามนี้ มู่เฉียนซีไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้ ถ้านางมั่นใจในเจ้าแมวขาวของนางมากเกินไปจริง ๆ นั่นไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย
ขณะนั้น ร่างกลมเล็กสีขาวเผชิญหน้ากับเสือใหญ่ไม่กล