ัวเกรง
เสืออัคคีหงถิงพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจากอสูรน้อยที่พุ่งเข้ามาหามัน ร่างใหญ่สะบัดสั่นสะท้าน แต่กลับพบว่าแมวน้อยตัวนั้นหายไปแล้ว
‘เจ้าแมวขี้โอ่บัดซบนั่นอยู่ไหนแล้ว ? เหตุใดมันหายไปอย่างกะทันหันเช่นนี้!’ เสืออัคคีหงถิงผุดความคิด สถานการณ์เช่นนี้ หากเสืออย่างมันเหงื่อออกได้ คงเหงื่อออกไปแล้ว
เสียงผู้ชมแสดงความสงสัยไม่ต่างกัน “เกิดอะไรขึ้น ? หรือเจ้าแมวขาวนั่นจะล่องหนได้ ?”
“จะล่องหนได้หรือไม่ได้ไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ ไม่เห็นแม้แต่เงาของมันด้วยซ้ำ…”
ผู้ชมทุกคนกวาดตามองไปยังเวทีประลองอย่างงุนงง เหตุใดกวาดตาทั่วแล้วยังหาเจ้าแมวขาวตัวนั้นไม่เจอ
“โฮกกก!”
ในฉับพลันทันใด เสืออัคคีหงถิงส่งเสียงคำรามยาว ร่างใหญ่ของสัตว์ร้ายหมอบลงกับพื้น
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ?”
“ดูสิพวกเจ้าดู! แมวขาวตัวนั้นอยู่บนหลังของเสืออัคคี สวรรค์โปรดบอก! …เป็นไปได้อย่างไร ?” ใครคนหนึ่งชี้ไปที่จุดขาวกลม ๆ เล็ก ๆ ที่ยืนตระหง่านท่ามกลางขนสีแดงของเสืออัคคี หลายเสียงอุทานก้อง “โอสวรรค์! มันขึ้นไปได้อย่างไร ?”
ใบหน้าของโอวหยางเหว่ยบิดเบี้ยวน่าเกลียด นางหรี่ตามองเสืออัคคีสัตว์พันธสัญญาของตน กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า… “หงถิง เจ้ากําลังเหม่อมองอะไรอยู่ ?! ยังไม่รีบโยนเจ้าแมวขี้โอ่นั่นทิ้งไปอีก”
“นั่นมัน…”
ทันใดนั้น ใครบางคนค้นพบอะไรบางอย่างและกล่าวด้วยความประหลาดใจ “พลังชีวิตของเสืออัคคีหงถิงราวกับกําลังอ่อน