แรงลง”
“ดูเจ้าแมวตัวนั้นสิ!”
— แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก! –
เจ้าแมวขาวอู๋ตี้หยิบผลึกวิญญาณสีแดงเพลิงขนาดเท่าตัวมันออกมา ค่อย ๆ เคี้ยวกินเข้าไปส่งเสียงดังดึงสายตาผู้คนให้หันมอง พวกเขาตกใจอุทาน
“โอ้! นั่นมันแกนวิญญาณของเสืออัคคีหงถิง มันเอามาได้อย่างไร ?”
“ตัวเล็กเช่นนี้กินผลึกวิญญาณระดับสาม ไม่กลัวร่างระเบิดรึ ?”
— ปัง! —
หลังจากสูญเสียผลึกวิญญาณไป ดวงตาของเสืออัคคีหงถิงเริ่มหย่อนม่อยลง ร่างใหญ่ทรุดตัวลงกับพื้น เจ้าแมวขาวยิ้มเยาะ กระโดดจากร่างกายของมันเข้าไปในอ้อมกอดของมู่เฉียนซี มันพูดอย่างตื่นเต้น “เป็นอย่างไรนายท่าน อู๋ตี้ร้ายกาจใช่ไหมเล่า ? เจ้าเสือกระจอกนี่ เพียงอู๋ตี้ใช้อุ้งเท้าเล็กแหลมก็จัดการได้แล้ว”
หลายเสียงในหมู่ผู้ชมกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ “นี่มันแมวอะไรกัน ?”
“บัดซบ! นั่นแมวเรอะ เก่งกาจเกินไปแล้ว”
เพียงเผชิญหน้ากัน เจ้าแมวตัวนี้ก็สามารถสังหารสัตว์วิญญาณระดับสามตัวใหญ่กว่ามันหลายเท่าได้ในชั่วพริบตา อีกทั้งยังกลืนกินผลึกพลังวิญญาณของเสืออัคคีนั้นเข้าไปอีก
“มู่เฉียนซี เจ้า… เจ้า…” สัตว์พันธสัญญาของตนมาตายเช่นนี้ โอวหยางเหว่ยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วขึ้น กล่าวยั่วเย้า “ทำไมรึเหว่ยเหว่ยที่รัก ? เจ้าอยากสู้อีกไหมล่ะ ? หึ ๆ”
“ข้า… ข้ายอมแพ้…” หลานสาวตระกูลโอวหยางหลุบตา กล่าวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางเห็นประกายเย็นชาจากดวงตาสีดําดุจหมึกคู่นั้น ก็รู้สึกขาดความมั่นใจ การต่อ