โอวหยางเหว่ยได้ทีรีบกล่าว “อะไรกัน ซีเอ๋อร์ไม่กล้าหรือ ? กลัวแพ้ล่ะสิ ? เจ้าวางใจได้ ข้าจะออมมือให้เจ้า ไม่ใช้แรงทั้งหมดก็ยังได้”
หากนางเป็นสตรีที่อารมณ์ร้อนหุนหันพลันแล่นเช่นกาลก่อน คงรีบลุกขึ้นด้วยความโกรธไปแล้ว แต่มู่เฉียนซีผู้นี้ไม่ใช่บุคคลเช่นนั้น
“ใช้วิธีการยั่วยุเช่นนี้ ข้า ผู้นำตระกูลมู่ใช้มาจนเบื่อแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวดูถูกดูแคลน
ใบหน้าของโอวหยางเหว่ยแข็งทื่อไป นางเหลือบมองไปทางซวนหยวนจือเพื่อขอความช่วยเหลือ วันนี้นางจะต้องจัดการมู่เฉียนซีให้จงได้
การประลองของมู่เฉียนซีกับเยวี่ยเจ๋อ ทำให้นางรู้สึกกังวลใจ ถ้าให้เวลากับมู่เฉียนซีมากขึ้น มู่เฉียนซีอาจจะเหนือกว่านางไปแล้วก็ได้
จะต้องรีบหยุดความเป็นไปได้นี้เสียตั้งแต่ตอนนี้ ที่ยังมีเวลา
แม้ว่าวันนี้นางจะไม่สามารถฆ่ามู่เฉียนซีได้ ก็ต้องทำให้นางพิการตามอาสามของนาง แววตาของโอวหยางเหว่ยแฝงไปด้วยเจตนาสังหาร
ซวนหยวนจือกล่าวขึ้น “ซีเอ๋อร์ เจ้าช่างดูเรื่อยเปื่อยเกินไป แตกต่างจากบิดาของเจ้ามาก ไม่รู้ว่าได้นิสัยใครมา เอาอย่างนี้ เพื่อกระตุ้นเจ้า ขอเพียงเจ้าชนะ ข้าจะให้รางวัลอย่างหนึ่งตามที่เจ้าร้องขอ”
คำขอของฮ่องเต้ คงได้ผลประโยชน์มากมาย ผู้คนต่างพากันอิจฉามู่เฉียนซี
แต่พวกเขารู้ดี มู่เฉียนซี สตรีน่าตายนางนี้ ไม่สามารถชนะได้
แม้ความสามารถของนางจะถึงขั้นระดับอัจฉริยะ แต่ได้ข่าวมาว่าโอวหยางเหว่ยก้าวเข้าสู่ผู้บำเพ็ญภูตระดับเจ็ดแล้ว มู่เฉี