ยนซีเพิ่งจะถึงระดับหก จะประลองชนะได้อย่างไร ?
มู่เฉียนซียกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ฝ่าบาท ท่านไม่พระทัยแคบไปหน่อยรึ ? คำร้องขอเพียงแค่หนึ่งข้อเอง หากให้มาสักสามข้อ ข้าอาจจะพิจารณา”
หลังจากที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็แทบกระอักเลือด นางยังสามารถร้องขอต่อฮ่องเต้ได้ โอกาสรับรางวัลจากฮ่องเต้ ไม่ใช่ผักกาดขาวที่จะหาได้ทั่วไป มู่เฉียนซีช่างกล้าหาญเสียจริง
แม้แต่ซวนหยวนจือยังไร้ซึ่งคำพูด หากแต่ใบหน้าของเขายังต้องรักษารอยยิ้มเอาไว้ “มากสุดได้สองข้อ ซีเอ๋อร์ เจ้าจะล้อเล่นมากไปไม่ได้แล้ว”
สายตาของมู่เฉียนซีฉายประกายแวววาว สองข้อก็สองข้อ กำลังเหมาะสม
นางลุกขึ้น กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตกลง! ข้ารับคำท้าของโอวหยางเหว่ย จะประลองตอนนี้เลยหรือเปล่าล่ะ ?”
ซวนหยวนจือมองหญิงสาวที่ดูสดใสนั้น ความรู้สึกว่าถูกวางแผนไว้แล้วผุดขึ้นในจิตใจ
เขารู้ความสามารถของเหว่ยเหว่ยดี มู่เฉียนซีจะชนะได้อย่างไร ? อาจเป็นเพราะเขาคิดมากจนเกินไป
ตระกูลมู่ มู่อวู่ซวง มู่เฉียนซี พวกเขาทำเกินไปจริง ๆ
คิดว่าควบคุมเส้นชีพจรเศรษฐกิจของแคว้นจื่อเยี่ยของเขาได้ โดยอาศัยมู่ออวู่ซวงที่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแคว้น เลยไม่เห็นราชวงศ์ของเขาอยู่ในสายตา
เขายังกล้าที่จะถอนการหมั้นหมายกับองค์ชายหลี่เทียน บุตรของเขา ทำให้องค์ชายที่เขาโปรดปรานต้องอัปยศอดสู อับอายผู้คนไปทั่วทั้งแคว้น
วันนี้สามารถยืมมือเหว่ยเหว่ยหลานสาวสั่งสอนบทเรียนให้พวกเขาได้ เป็นโอกาส