ชคดีของนางไป แต่ครั้งนี้ต้องไม่ให้นางรอดไปได้ ตัวน่ารำคาญในชีวิตโอวหยางเหว่ย ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก
ร่างของมู่เฉียนซีกระโดดขึ้นไปยังลานประลองการต่อสู้อย่างเอื่อยเฉื่อย นางดูไม่ทุกข์ร้อนราวกับนางเพียงก้าวขึ้นบนเตียงนอนเพื่อหลับพักผ่อน
ซวนหยวนจือกล่าว “เมื่อถึงที่สุดก็ให้หยุด อย่าได้มีการบาดเจ็บถึงชีวิต”
หากมู่เฉียนซีตายไป ด้วยความรักและเอ็นดูที่มู่อวู่ซวงมีต่อมู่เฉียนซี เขากลัวว่ามู่อวู่ซวงจะทำเรื่องบ้าคลั่งขึ้น บางทีอาจจะดึงแคว้นจื่อเยี่ยมาชดใช้ไปด้วยก็เป็นไปได้
มีคำประกาศออกมาเช่นนี้ ดังนั้นชีวิตน้อย ๆ ของมู่เฉียนซีจะต้องถูกเก็บเอาไว้
ด้านบนลานเวทีประลองของตำหนักจื่อจี หญิงสาวสองนางยืนประจันหน้ากัน ก่อให้เกิดภาพที่สวยงาม
สตรีร่างบางในชุดม่วงนั้น ไม่มีใครเทียบได้ นางดูอิสระไร้ซึ่งกฎเกณฑ์
ส่วนสตรีในชุดแดง ก็งดงามเช่นกัน เพียงแต่ยังเป็นรอง นางดูหยิ่งผยองเชื่อมั่นในตนเอง
ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้นำตระกูลที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อีกฝ่ายหนึ่งเป็นหญิงสาวอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของแคว้นจื่อเยี่ย การประลองในครั้งนี้ ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูอย่างใจจดใจจ่อยิ่งนัก
ในเวลานี้ที่เปลือกตาของจิ่วเยี่ยเปิดขึ้นเล็กน้อย บุรุษชุดดำจ้องมองไปยังร่างของมู่เฉียนซีอย่างไม่ละสายตาไปไหน
“มู่เฉียนซี ข้าจะลงมือแล้ว ตั้งรับให้ดีเถอะ!”
สายตาของโอวหยางเหว่ยฉายแสงอันเยือกเย็น เมื่อเอ่ยออกไป พลังวิญญาณที่อยู่ในร่างปะทุออก