้ มู่เฉียนซีก็พลิกตัวหลบไปด้านข้าง
— ปัง ! —
การโจมตีของโอวหยางเหว่ยทำลายเวทีที่งดงามของตำหนักจื่อจีจนแตกออกเป็นร่องใหญ่
โอวหยางเหว่ยตะโกน “มู่เฉียนซี! ข้าจะดูว่าเจ้าจะหลบไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน ?!”
“เฉือนโลกา!” เสียงสตรีชุดแดงตะโกนก้องสะท้อน เสียงทรงอำนาจจนคนฟังประหนึ่งได้ยินเสียง กา ๆ ๆ ตามท้ายอีกหลายที
ใบมีดเล่มแดงดั่งเปลวเพลิงนี้ ราวกับว่าจะสามารถแยกทั้งจักรวาล ไล่ตามร่างสีม่วงไปอย่างดุเดือด
“ใบมีดนั้นร้ายกาจแล้วอย่างนั้นรึ ?!” มู่เฉียนซีกล่าวเย้ย สะบัดมือ ก็มีกระบี่ยาวปรากฏขึ้นในมือนาง
นี่คืออาวุธวิญญาณระดับหก เป็นหนึ่งในอาวุธวิญญาณที่นางประมูลได้มาจากบ้านประมูลอันดับหนึ่ง
— เคร๊ง! —
อาวุธทั้งสองปะทะกัน ก่อให้เกิดประกายไฟออกมาอย่างรุนแรง
โอวหยางเหว่ยส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา พลังวิญญาณของนางปะทุจนขีดสุด เงาใบมีดจากหนึ่งเปลี่ยนเป็นสาม
นางคิดว่ามู่เฉียนซีจะต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ ด้วยความภูมิใจล้นเปี่ยมในตัวนาง นางไม่น่าคาดเดาสิ่งใดผิดพลาด แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาตรงหน้าของนางคือ… เงากระบี่ที่แบ่งร่างเดิมจากหนึ่งออกเป็น…
สิบ!
“เป็นไปได้อย่างไร ?!” โอวหยางเหว่ยไม่สามารถที่จะหลบหลีกเงากระบี่ทั้งสิบในระยะประชิดเช่นนี้ได้ทัน
— ตูม! ตูม! —
หลังจากเกิดเสียงดังขึ้นสองครั้ง มู่เฉียนซีสามารถหลบเงามีดสามอันนั้นได้อย่างสบาย ไม่มีร่องรอยของความยากลำบากแม้เพียงนิด
แต่โอวหยางเหว่ยกลับตกอยู่ใน