็นจื่อหยวน ให้อาเล็กไปเป็นเพื่อนไหม ?”
เสียงของมู่อวู่ซวงช่างไพเราะ ผู้ใดได้ฟังจะรู้สึกเหมือนสายลมแผ่วเบานุ่มนวลพัดผ่าน สายตาที่อ่อนโยนคู่นั้นทำให้คนแทบละลายมานักต่อนัก
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วมองดูผู้เป็นอา “ท่านอาเล็ก ตอนนี้ท่านยังเป็นคนป่วยอยู่นะ ข้าว่าอยู่บ้านดูแลรักษาอาการป่วยก็ดีแล้ว เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลเลย ในเมื่อข้าตัดสินใจเข้าวังแล้วก็ต้องทำ จากนั้นก็ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถกลั่นแกล้งหลานสาวของท่านได้”
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น “ดูแล้วอาเล็กของเจ้าจะยุ่งมากไป”
“ไม่เลย ท่านอาเล็ก อากาศเริ่มเย็นแล้ว ข้าส่งท่านไปที่พักเรือนอวู่โยวดีกว่า ข้าจะนำยาสูตรใหม่ให้กับท่าน ท่านอย่าลืมกินล่ะ” มู่เฉียนซีจับรถเข็น ค่อย ๆ ดันไปข้างหน้า
โลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ครอบครัวตระกูลใหญ่ที่ดูว่างเปล่า เพียงแค่อยู่ใกล้อาเล็ก ก็ทำให้นางได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ดังนั้นท่านอาเล็กจะต้องหายไว ๆ
คุณชายผู้ไร้เทียมทานอันดับหนึ่ง ยามอยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซีกลับกลายเป็นเด็กน้อยเชื่อฟังว่าง่าย ไม่ว่ามู่เฉียนซีจะพูดอะไรต้องการสิ่งใด เขาก็ทำตามนั้น
งานจื่อหยวนยามเย็นใกล้เข้ามาแล้ว มู่เฉียนซีสวมชุดประจำตำแหน่งผู้นำตระกูลมู่อันหรูหราเตรียมไปงาน อาภรณ์ในครั้งนี้ มีกระโปรงยาวสีม่วงเข้มเนื้อผ้าหนาดูหนักอึ้ง เข็มขัดหยกรัดรอบเอว ทำให้เห็นเอวโค้งคอดอันสวยงามของนาง
ท่านผ