ู้เฒ่าทั้งหลายต่างหยุดงาน มู่เฉียนซีได้แต่ไปในวังคนเดียว
“หยุดรถเสีย ที่มานั่นเป็นใครกัน ?”
มาถึงประตูวังแล้ว องครักษ์ขัดขวางขบวนรถของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีเปิดผ้าม่านรถ บอกกล่าวไป น้ำเสียงยโสโอหัง “รถม้าของข้าผู้นำตระกูลมู่พวกเจ้ายังกล้าขวาง ไม่ใคร่จะมีชีวิตกันแล้วใช่ไหม ?”
หัวหน้าองครักษ์กล่าว รอยยิ้มประหลาดเผยบนใบหน้า
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ แคว้นจื่อเยี่ยของพวกข้า ถ้าเป็นท่านผู้นำอายุน้อยเช่นเจ้า เรามิเคยพบเจอ ท่านผู้นำตระกูลมู่หาใช่มิเคยเข้าวังหาหลี่อ๋อง พวกข้าเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่เจ้าแน่นอน”
“ปล่อยนางเข้ามา หญิงนางนี้ปลอมตัวเป็นท่านผู้นำตระกูลมู่เพื่อทำร้ายฮ่องเต้ นำตัวนางมาให้ข้า”
ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็ถูกใส่ความเข้าให้แล้ว รถม้าของตระกูลมู่สีทองอร่ามแบบนี้ ทั้งแคว้นจื่อยังจำกันไม่ได้ ช่างน่าขันนัก
มู่เฉียนซีพลันเข้าใจ มีคนต้องการสร้างความยากลำบากให้นางก่อนที่นางจะเข้าวัง ไม่เช่นนั้น แม้รูปลักษณ์ของนางจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้คนจำกันไม่ได้ แต่องครักษ์ที่รักษาการณ์ในวังคงไม่พูดให้ลงมือแล้วลงมือจริง ๆ
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ลงมือก็ลงมือสิ ใครกลัว ?
“องครักษ์เงา ลงมือเลย นำพวกที่วัน ๆ ไม่ทำอะไร ได้แต่กินอย่างเดียวเสียดายข้าวสุก แล้วยังกล้าลงมือกับข้า ทุบตีมันผู้นั้นให้หมอบไปเลย”
ทันใดนั้น ร่างสีดำประหนึ่งอสุรกายหลายร่างปรากฏตัวอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี
ถูกฝึกอย่าง