ใบหน้าเยวี่ยเจ๋อหม่นคล้ำ สีหน้าเคร่งเครียดเข้าครอบงำ เขากล่าวขึ้น “ดูแล้ว ข้าคงดูถูกเจ้าเกินไป”
เยวี่ยเจ๋อเข้าใจคู่ต่อสู้ของเขาดี สตรีนางนี้มิใช่ท่านผู้นำที่ไร้ความสามารถดังเช่นคำเล่าลือ หากแต่เป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถมากกว่าเขาหลายเท่า
หากเขาไม่ใช้ความสามารถทั้งหมด การประลองครานี้คงต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้
“ระวัง!”
กระบี่สีเงินยามถูกดึงออกจากฝัก เสมือนมีพลังอันบ้าคลั่งรุนแรง พลังนั้นโจมตีไปทางมู่เฉียนซี
“จ๋านยื่อซ่าน!” ผู้เฝ้าชมการต่อสู้พึมพำกับการต่อสู้ของเยวี่ยเจ๋อ
“มู่เฉียนซีช่างแข็งแกร่งนัก ถึงขนาดให้พี่ใหญ่ใช้เคล็ดวิชาของตระกูลเยวี่ย จ๋านยื่อซ่าน”
มู่เฉียนซีพลิกร่างหลบป้องกันตนเอง พลังวิญญาณอันหนาแน่น พลันเปลี่ยนกลายเป็นมังกรยาวสีน้ำเงินเข้าจู่โจมเยวี่ยเจ๋อ
— ตูม! —
เริ่มปะทะกันอีกครั้ง เยวี่ยเจ๋อรีบนำกระบวนท่าสุดยอดวิชาออกมา แต่ทั้งสองคนก็ยังคงตอบโต้ฝีมือทัดเทียมกัน
ร่างของสองคนเร็วยิ่งนัก หนึ่งม่วง หนึ่งฟ้า ผลัดกันตั้งรับบนเวทีการประลอง ทำให้คนที่ดูอยู่เริ่มตาลาย
“ยอดเยี่ยมนัก! ยอดเยี่ยมโดยแท้! ข้าดูการประลองของเหล่าอัจฉริยะมาก็ไม่น้อย ไม่คิดว่าการประลองครั้งนี้ที่ข้าได้ดูจะเป็นการประลองที่ยอดเยี่ยมเพียงนี้”
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ช่างเป็นต้นแบบให้ข้าจริง ๆ เมื่อก่อนใครกันช่างกล้าปล่อยข่าวเล่าลือ ทำให้สามปีของข้าที่ผ่านมา ขาดโอกาสหลายครั้งที่จะได้รู้จักต้นแบบที่แท้จริง”
“