…”
สองคนปะทะกันเกือบสิบกว่ากระบวนท่า เสื้อผ้าอาภรณ์เริ่มยู่ยี่ ทั้งเส้นผมยังดูยุ่งเหยิงไปหมด
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “เยวี่ยเจ๋อ ประลองกระบวนท่าสุดท้ายตัดสินแพ้ชนะกันเสียตอนนี้เถอะ”
เยวี่ยเจ๋อกล่าวตอบ น้ำเสียงเข้มขรึม “มู่เฉียนซี เจ้าแข็งแกร่งมาก ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นใด โปรดวางใจ ข้าจะยึดมั่นในคำสัญญา”
เขาขบคิดในใจ รู้สึกได้ว่าตนเองมีความเป็นไปได้หลายส่วนว่าจะพ่ายแพ้
ทั้งสองคนต่างดึงพลังวิญญาณของตนเองออกมาทั้งหมด ระเบิดพลังจู่โจมในการปะทะครั้งรุนแรงที่สุด!
— ตูม! —
เสียงดังสนั่นประหนึ่งผืนแผ่นดินถูกขยับเขย่า บริเวณโดยรอบเกิดการสั่นสะเทือน
จากนั้น ผู้ชมทั้งหมดก็ได้เห็นร่างเยวี่ยเจ๋อกระเด็นลอยออกไป ทว่าร่างบางสีม่วงยังคงยืนอยู่ในลานประลอง ไม่มีทีท่าถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว
ทุกผู้คนนิ่งอึ้งตะลึงลาน ฉับพลันก็มีคนร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ชนะแล้ว มู่เฉียนซีชนะ นางชนะแล้ว!”
“นางชนะเยวี่ยเจ๋อผู้เป็นอัจฉริยะระดับเจ็ด สวรรค์โปรดบอก นี่มันเกิดเหตุอันใดขึ้น ?!”
“…”
ดูเหมือนผลแพ้ชนะกลับตาลปัตร
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าถ้าหากความสามารถของมู่เฉียนซีถึงผู้บำเพ็ญภูตระดับหก อย่างมากปะทะกับเยวี่ยเจ๋อ ผลประลองย่อมเสมอกัน ไม่คิดว่านางจะเอาชนะได้รวดเร็วราวเสกคาถา
เยวี่ยเจ๋อใบหน้าตกตะลึง รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันก็ไม่ปาน
“พี่ใหญ่แพ้ให้กับมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีแข็งแกร่งมาก ฉะนั้นข้าแพ้นางก็ไม่ผิด ให้ตายเถอะ