ข้าโดนโบยเสียเปล่า ข้าจะต้องกลับไปหาท่านพ่อเพื่อแก้แค้น”
เยวี่ยซู่ไม่กังวลว่าพี่ชายแพ้การประลองในครั้งนี้ รู้สึกแค่ว่าการที่เขาถูกโบยฟรีนั้นไร้ความยุติธรรม
มู่เฉียนซีเดินมาข้างหน้าเยวี่ยเจ๋อ กล่าวเสียงนุ่มนวล “เจ้าแพ้แล้ว”
“ใช่ ข้าแพ้แล้ว แต่ข้ารู้ เจ้าไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด”
น้ำเสียงของเยวี่ยเจ๋อแฝงไปด้วยความระทมทุกข์ เขาพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้ออ้าง พรสวรรค์ของหญิงที่อยู่ต่อหน้านี้ช่างน่าสะพรึงนัก
ได้แต่มองหญิงสาวงดงามที่อยู่ตรงหน้า กล่าวขึ้น “มู่เฉียนซี เอ่อ… ขออภัย ท่านผู้นำตระกูลมู่ ข้าจะรีบกลับบ้าน เตรียมสิ่งต่าง ๆ ย้ายมาอยู่ที่บ้านตระกูลมู่โดยเร็ว”
มู่เฉียนซีคิ้วขมวดมุ่น กล่าวขึ้น “ช้าก่อนเยวี่ยเจ๋อ เจ้าน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป”
“ข้อแรก ข้าอยากให้เจ้ามาเป็นน้องชายข้า ไม่ใช่ให้เจ้ามาเป็นคนรับใช้ เจ้ายังคงเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเยวี่ย อยู่บ้านตระกูลเยวี่ยดีอยู่แล้ว หากข้ามีเรื่องใดจะส่งคนไปบอกเจ้า ไม่จำเป็นที่ตัวเจ้าเองจะต้องย้ายมาอยู่บ้านตระกูลมู่ ถึงแม้ตระกูลมู่ข้าจะไม่ขาดแคลนที่พำนักให้เจ้า”
“ข้อสอง ในเมื่อเจ้าเป็นน้องชายข้า เช่นนั้นให้เจ้าเรียกข้าว่า พี่ใหญ่หรือหัวหน้า ไม่ต้องเรียกผู้นำตระกูลมู่”
เรียกหญิงงามผู้นี้ว่าพี่ใหญ่หรือหัวหน้ารึ ?! ไม่นึกไม่ฝัน นั่นมันไม่เหมือนเรียกว่าท่านผู้นำตระกูลมู่แม้แต่น้อย
ใบหน้าเยวี่ยเจ๋อตะลึงแข็งค้าง มู่เฉียนซีไม่ปล่อยเขาไป
นางยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม ก