มู่เฉียนซีเดินเข้าไปอย่างสงบ ปิดม่านลงก่อนที่จะตอบกลับ “ไม่มีอะไร เตรียมออกเดินทางเถอะ”
หากว่าให้คนขับรถม้าทราบว่าที่นั่งอยู่ในนี้มีเยี่ยอ๋อง นักฆ่าปีศาจแล้วล่ะก็ คงจะตกใจจนสลบหน้าประตูสำนักศึกษาเป็นแน่
“จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?” มู่เฉียนซีเปิดปากถามตรง ๆ
“อยากกลับบ้านด้วยกัน” คำตอบของเขาดูน่ารักน่าชัง ทว่าน้ำเสียงเย็นเยือกบาดลึกในจิตใจ
“จวนมู่กับจวนเยี่ยอ๋อง เหมือนจะไม่ใช่ทางเดียวกันเลยนะ”
“ไปจวนมู่”
กล่าวจบเพียงเท่านั้นแล้ว จิ่วเยี่ยพิงเข้ากับทางด้านหน้าต่าง บรรยากาศอันเยือกเย็นที่แผ่จากบุรุษผู้นี้ทำเอาอุณหภูมิในรถม้าต่ำลงไปไม่น้อย
มู่เฉียนซีคิดในใจ ‘เฮ้อ~ ในเมื่อเจ้านี่ไม่ยอมไป ก็ถือซะว่าให้เขาติดรถม้าไปด้วยแล้วกัน’
รถม้าเริ่มเคลื่อนไหว คนขับรถม้าไม่รู้เลยว่าภายในรถม้ามีบุคคลอันตรายนั่งไปด้วย รถม้าวิ่งไปทางจวนตระกูลมู่
บรรยากาศภายในรถม้าแปลกประหลาดดีแท้ จิ่วเยี่ยหลับตาไม่พูดไม่จา ทำเสมือนว่าหลับใหลไป
กลับจวนยังต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง มู่เฉียนซีเลือกใช้เวลานี้ฝึกฝนเสียเลย นางใช้เคล็ดเทพต้านสวรรค์ฝึกฝน ตอนอยู่ที่ป่าเทียนหวงพบเจออันตรายมาสองครั้ง ทำให้ความสามารถของนางพุ่งมาถึงจุดสูงสุด นางเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับห้าแล้ว และจะปะทุออกมาในเร็ว ๆ นี้
พลังวิญญาณจากธรรมชาติแทรกซึมเข้าร่างกายนางอย่างบ้าคลั่ง มู่เฉียนซีใกล้จะทะลุระดับเต็มทีแล้ว
ดวงตาอันเยือกเย็นคู่นั้นของจิ่วเ