ยี่ยลืมขึ้น มองมาทางมู่เฉียนซี ยามมองนาง สายตาที่เยือกเย็นนั้นดูอ่อนโยนลงไม่น้อยเลย
ดูแล้วนางเชื่อฟังคำพูดของเขาไปไม่น้อย ใช้เวลายังไม่ถึงสิบวันก็ทะลุระดับขึ้นอีกหนึ่งระดับ ความเร็วขนาดนี้… ไม่เลว
ทว่าระดับขั้นมันยังออกจะต่ำอยู่สักหน่อย หากเร็วกว่านี้ได้จะดีมาก
มู่เฉียนซีกำลังจะบรรลุผู้บำเพ็ญภูตระดับหก แต่ตอนนี้เองที่รถม้าได้หยุดลง
มีเสียงดังกังวานแว่วเข้ามา “มู่เฉียนซี เจ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
ถึงแม้จะไม่ใช่มาหาเรื่อง แต่ผู้คนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบต่างมีไม่น้อย ทุกคนต่างงุนงงกับสิ่งที่กำลังดำเนินไป
“ผู้นี้มิใช่อัจฉริยะอันดับเจ็ดของแคว้นจื่อเยี่ย คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเยวี่ย เยวี่ยเจ๋อหรอกหรือ ? เหตุใดจึงมาขวางทางรถม้าของตระกูลมู่ล่ะ ?”
“หรือว่าท่านผู้นำตระกูลมู่ทำเรื่องราวอะไรไว้ไม่ดี ถึงขนาดล่วงเกินคุณชายเยวี่ยที่ชอบเก็บตัวได้”
“อาจจะเป็นเพราะผู้นำตระกูลมู่ หากไม่ได้ล่วงเกิน เหตุใดคุณชายเยวี่ยจึงมา ?”
โดยปกติเยวี่ยเจ๋อรักน้องชายมาก คงรู้ว่าน้องชายถูกจู่โจมจนน่าสมเพชแบบนี้ น้องพ่ายแพ้ในสนามประลองรอบสองอย่างราบคาบไม่มีโอกาสเข้าสู่การประลองในสนามที่สาม ดังนั้นเลยมาหามู่เฉียนซีเพื่อแก้แค้น
ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังจะทะลุระดับหกของผู้บำเพ็ญภูต เป็นช่วงเวลาสำคัญของนาง ไม่มีเวลาไปสนใจเขา แต่เยวี่ยเจ๋อกลับยืนนิ่งขวางกลางถนน
ดวงตาจิ่วเยี่ยฉายแววอันเยือกเย็นแผ่ซ่าน น้ำเสียงเย็นเฉียบดังขึ้นในสมอ