งอาวุธข้า”
ฮั่วอวิ๋นถามขึ้น “เพียงแต่บังคับให้อยู่ในระดับเก้าใช่ไหม ? เจ้าต้องการให้กดระดับมากกว่านี้หรือไม่ ?”
ถึงเขาจะกดบังคับพลังวิญญาณให้ต่ำลง แต่ประสบการณ์การต่อสู้ของเขาคือราชาวิญญาณ ยากต่อการตั้งรับต่อสู้มากกว่าผู้บำเพ็ญภูตธรรมดาระดับเก้า
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก กล่าวขึ้น “ระดับเก้าก็พอแล้ว ข้ามีลูกรักข้าอยู่ ไม่มีปัญหา แต่ว่าถ้าข้าชนะ ท่านผู้อาวุโสฮั่วต้องหลอมอาวุธให้ข้าอีก ได้ไหม ?”
มู่เฉียนซีมีความมั่นใจในอาวุธอันแปลกประหลาดของนางอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ฮั่วอวิ๋นเกิดความฉงนสนเท่ห์มากขึ้น กล่าวว่า “วันนี้ข้าจะเป็นเพื่อนเล่นให้กับเจ้าเอง เด็กน้อย”
พวกเขามายังสถานที่ว่างเปล่าด้านนอก
มู่เชียนซีกล่าว “ท่านผู้อาวุโสฮั่ว ท่านเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง ?”
ฮั่วอวิ๋นกดพลังมาอยู่ในระดับผู้บำเพ็ญระดับเก้า รอยยิ้มมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า
“หึ ๆ ต่อสู้กับเด็กน้อยอย่างเจ้า ข้ายังต้องเตรียมอะไรอีกหรือ ?”
เข็มที่มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือที่ใส่ยาเหย้าจี้ที่เข็มไปครึ่งหนึ่ง มาอยู่ในฝ่ามือของมู่เฉียนซี ร่างของนางเปลี่ยนเป็นลำแสงสีม่วงพุ่งตรงไปที่ฮั่วอวิ๋นทันที
ฮั่วอวิ๋นมิได้หลบหลีก ให้มู่เฉียนซีเข้ามาประชิด เข็มยาเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ
“นี่ยังใช้ไม่ดีเท่ากับกระบี่” ฮั่วอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาสะบัดชุดคลุมเข้าขวางการจู่โจมของมู่เฉียนซี
มือของมู่เฉียนซีเคลื่อนไหว ทันใดนั้นเข็มก็พุ่งตรงออกมา ฮั่