้าคือผู้ยิ่งใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ!”
“ตงฟางปูไป้นี่ก็ไม่เลว แต่ข้าชอบอู๋ตี้มากกว่า ดูร้ายกาจกว่า” เหมียวอู๋ตี้พึมพำ
อาถิงหัวเราะ “ข้าผ่านมาหลายโลกหลายหมื่นปี ข้ายังมองเจ้าไม่ออกเลยว่าเป็นตัวอะไร เจ้ายังจะพูดโอ้อวดว่าร้ายกาจอีกหรือ ? เจ้าก็เป็นเพียงแค่สัตว์วิญญาณมีขนไร้ชื่อ”
เหมียวอู๋ตี้โมโหโกรธา “ไม่ ๆ ๆ! ข้าคือหนึ่งในใต้หล้า ท่านเหมียวอู๋ตี้ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด โฮ่ว… โฮ่ว… ข้าสามารถทำให้โลกและทุกผืนแผ่นดินพังพินาศได้ อย่างนี้แล้วเจ้ายังกล้ากล่าวหาว่าข้าเป็นเพียงแค่สัตว์วิญญาณมีขนไร้ชื่ออีกหรือ ?”
“พลังสัตว์วิญญาณระดับหนึ่งยังไม่มี เจ้ายังพูดโอ้อวดอีกว่าตนสามารถทำลายล้างโลกได้ เจ้าอาบน้ำแล้วไปนอนเสียเถอะ” อาถิงถลึงตาขาวใส่เจ้าตัวขน
มู่เฉียนซีก็มึนงง แม้แต่อาถิงก็ยังมองไม่ออกว่าแมวตัวนี้เป็นพันธุ์อะไร
ถึงแม้ว่าอาถิงจะพูดถึงมันอย่างไม่ไยดี แต่พวกเขาก็รู้ชัดเจนว่าเจ้าตัวนี้สามารถทะลุกำแพงบังอันแข็งแกร่งของซวนหยวนจิ่วเยี่ยมาทำพันธสัญญากับนางได้ ทั้งยังมีพลังขาว–ดำสองชนิดนั้นอีก นั่นมันทำให้พวกเขารู้ว่าเจ้าแมวตัวนี้ต้องไม่ธรรมดา
หูของเหมียวอู๋ตี้เริ่มแดงขึ้น “นั่น… นั่นเป็นเพราะว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำให้พลังของข้าทั้งหมดสูญหาย รอข้าฟื้นฟูความแข็งแกร่งเสียก่อน พวกเจ้าจะรู้ถึงความเก่งกาจของข้า ฮ่า ๆ ๆ”
มู่เฉียนซีถาม “อาถิง จะทำอย่างไรกับเจ้าแมวตัวนี้ดี ?”
เรื่องมันเป็นแบบนี้ ไม่รู้เพราะเหตุใดเจ้าแมวน